วันดื่มนมโลก 2569/2026 ตรงกับวันไหน รู้จัก World Milk Day วันสำคัญของคนรักสุขภาพ

นมสดอุ่น ๆ สักแก้วในตอนเช้า หรือนมโคแท้แช่เย็นรสกลมกล่อมตอนบ่าย คือเครื่องดื่มโปรดที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันของพวกเรามาโดยตลอด แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ชนิดนี้ มีวันสำคัญระดับสากลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโดยเฉพาะ สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า วันดื่มนมโลก 2569/2026 ตรงกับวันไหน และวันสำคัญนี้มีความเป็นมาอย่างไร บทความนี้มีคำตอบที่ชัดเจนพร้อมเรื่องราวน่ารู้มาฝากกัน

วันดื่มนมโลก 2569/2026 ตรงกับวันไหน

วันดื่มนมโลก 2569 หรือ World Milk Day 2026 ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ วันดื่มนมโลกจะตรงกับ วันจันทร์ พอดี ถือเป็นโอกาสอันดีในการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการดื่มนม

ในทุก ๆ ปี เมื่อเวียนมาถึงวันที่ 1 มิถุนายน ทั่วโลกจะมีการจัดแคมเปญ รณรงค์ และกิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการบริโภคนมอย่างกว้างขวาง ทั้งในสถาบันการศึกษา องค์กรเพื่อสุขภาพ และผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนม เพื่อกระตุ้นให้ประชากรทุกเพศทุกวัยตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในน้ำนม

นมมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย

นมเป็นเครื่องดื่มที่มีความหนาแน่นของสารอาหาร (Nutrient-dense) สูงมาก คือให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วนในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับพลังงานที่ได้รับ โดยประโยชน์หลักแบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ ๆ:

  • สร้างและรักษามวลกระดูก (Bone Health): นมเป็นแหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายที่สุด ทำหน้าที่ทำงานร่วมกับวิตามินดีในการเสริมสร้างความหนาแน่นของกระดูกในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต และช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่
  • เสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ (Muscle & Tissue Repair): โปรตีนในนมเป็นโปรตีนคุณภาพดี (High-quality Protein) ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน รวมถึงเคซีน (Casein) และเวย์ (Whey) ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • บำรุงระบบประสาทและพลังงาน (Energy & Nervous System): นมมีวิตามินบี 12 สูง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ร่วมกับวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ที่ช่วยแปลงอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย

ประเทศไทยผลิตนมได้เท่าไหร่ต่อปี

จากข้อมูลสถิติล่าสุดของอุตสาหกรรมโคนมไทย (ข้อมูลปี 2568 – 2569) ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตน้ำนมดิบอยู่ที่ประมาณ 3,000 ตันต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 1,090,000 ตันต่อปี (ประมาณ 1.09 ล้านตันต่อปี)

แม้ไทยจะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มในภูมิภาคอาเซียน แต่ปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตได้เองในประเทศนี้ ยังคงลดลงเล็กน้อยจากช่วงปีก่อนหน้าเนื่องจากต้นทุนราคาอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ทำให้ในแต่ละปีประเทศไทยยังคงต้องนำเข้านมผงขาดมันเนยจากต่างประเทศ (เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย) มาผสมเพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรมพาณิชย์ควบคู่ไปด้วย

น้ำนมดิบที่ผลิตได้ในประเทศจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

  1. โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน: จัดสรรประมาณ 1,000 ตันต่อวัน เพื่อดูแลโภชนาการของเด็กไทย
  2. นมพาณิชย์ทั่วไป: จัดสรรประมาณ 2,000 ตันต่อวัน เข้าสู่โรงงานแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ นมยูเอชที นมเปรี้ยว และโยเกิร์ตวางจำหน่ายในท้องตลาด

สัดส่วนการดื่มนมที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

วันดื่มนมโลก 2569/2026 ตรงกับวันไหน รู้จัก World Milk Day วันสำคัญของคนรักสุขภาพ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อแนะนำการบริโภคนมจืดรสธรรมชาติเพื่อให้ได้ปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ดังนี้

  • เด็กวัยอนุบาล (อายุ 3-5 ปี):
    • ปริมาณที่ควรดื่ม: วันละ 2 แก้ว (ประมาณ 400-500 มิลลิลิตร)
    • เหตุผล: เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังพัฒนาสมองและระบบโครงสร้างกระดูกอย่างรวดเร็ว ควรเน้นเป็นนมโคจืดแท้ 100% ชนิดเต็มมันเนย (Whole Milk) เพื่อให้ได้ไขมันดีไปช่วยในการพัฒนาเซลล์สมอง
  • เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6-12 ปี):
    • ปริมาณที่ควรดื่ม: วันละ 2 แก้ว (ประมาณ 500 มิลลิลิตร)
    • เหตุผล: เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มสะสมมวลกระดูกเพื่อใช้ในการยืดตัวและเพิ่มความสูง นมโรงเรียนที่เด็ก ๆ ได้รับวันละ 1 กล่องในวันเปิดเทอมจึงควรดื่มให้หมด และดื่มเพิ่มที่บ้านอีก 1 แก้วในตอนเช้าหรือก่อนนอน
  • บุคคลทั่วไปและผู้ใหญ่ (อายุ 13 ปีขึ้นไป รวมถึงวัยทำงานและผู้สูงอายุ):
    • ปริมาณที่ควรดื่ม: วันละ 1-2 แก้ว (ประมาณ 250-500 มิลลิลิตร)
    • เหตุผล: ผู้ใหญ่ต้องการแคลเซียมไปเพื่อคงสภาพความแข็งแรงของกระดูกไม่ให้เปราะหักง่าย สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูงหรือผู้สูงอายุ สามารถปรับเปลี่ยนมาดื่มเป็นนมพร่องมันเนย (Low-fat Milk) หรือนมขาดมันเนย (Non-fat Milk) แทนเพื่อควบคุมปริมาณไขมันได้

หน่วยงานไหนเป็นผู้กำหนดวัน Milk Day นี้ขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของวันดื่มนมโลกไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations) หรือที่เรารู้จักกันในนาม FAO เป็นผู้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลกอย่างเป็นทางการ

FAO ได้สถาปนาวันสำคัญนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชากรทั่วโลกเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มนม
  • สนับสนุนและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม
  • ส่งเสริมความเข้าใจในบทความของภาคเกษตรกรรมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของโลก

เหตุผลที่ FAO เลือกวันที่ 1 มิถุนายน เนื่องจากในหลาย ๆ ประเทศมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เรื่องการดื่มนมในช่วงเวลานี้อยู่ก่อนแล้ว การปักหมุดให้เป็นวันที่ 1 มิถุนายน จึงช่วยสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการเฉลิมฉลองพร้อมกันทั่วโลก

ทำไมเราจึงควรเฉลิมฉลองวันดื่มนมโลกในทุก ๆ วัน

นมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มสำหรับวัยเด็กเท่านั้น แต่คุณค่าทางอาหารในนมมีความจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ในทุกช่วงวัย การดื่มนมเป็นประจำส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

  • อุดมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส: ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ในวัยเด็กจะช่วยเพิ่มความสูง ส่วนในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุจะช่วยชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน
  • โปรตีนคุณภาพดี: นมมีโปรตีนครบถ้วนที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ
  • วิตามินหลากหลายชนิด: ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 12 ที่ช่วยบำรุงระบบประสาท วิตามินบี 2 ที่ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา

เมื่อทราบกันแล้วว่าวันดื่มนมโลก 2569 ตรงกับวันไหน วันที่ 1 มิถุนายนนี้ อย่าลืมชวนคนที่คุณรักมาดื่มนมเพื่อสุขภาพที่ดี และก้าวไปสู่การมีสุขภาวะที่สมบูรณ์แข็งแรงในทุก ๆ วันกัน

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ