เกลือแร่ (ORS) สำหรับเด็ก เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จัก โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กมีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือสูญเสียน้ำจากร่างกาย เพราะภาวะขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้ค่อนข้างรวดเร็วในเด็ก และหากขาดน้ำมากอาจเป็นอันตรายได้
หลายคนอาจเรียก ORS ว่า “น้ำเกลือแร่” แต่จริง ๆ แล้ว ORS หรือ Oral Rehydration Salts เป็นสารละลายสำหรับทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป โดยมีส่วนประกอบของน้ำตาลกลูโคสและเกลือแร่ในสัดส่วนที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำและเกลือแร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ ORS สูตร osmolarity ต่ำสำหรับการรักษาและป้องกันภาวะขาดน้ำจากท้องเสียในเด็กค่ะ
สิ่งสำคัญคือ ORS ไม่ใช่เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา และไม่ควรนำเครื่องดื่มประเภทสปอร์ตดริงก์มาใช้แทน ORS ในการรักษาภาวะขาดน้ำจากอาการท้องเสียโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญค่ะ
เกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก คืออะไร?
ORS (Oral Rehydration Salts) คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลกลูโคสและอิเล็กโทรไลต์ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และสารประกอบอื่น ๆ เมื่อนำมาละลายในน้ำตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก จะกลายเป็นสารละลายเกลือแร่สำหรับรับประทาน
หลักการสำคัญของ ORS คือช่วยทดแทนน้ำและอิเล็กโทรไลต์ที่สูญเสียไป โดยเฉพาะในกรณีที่เด็กมีอาการท้องเสีย ซึ่ง WHO ระบุว่า ORS สามารถดูดซึมผ่านลำไส้เล็กและช่วยทดแทนน้ำกับอิเล็กโทรไลต์ที่สูญเสียไปกับอุจจาระได้
ดังนั้น หากลูกมีอาการถ่ายเหลวหลายครั้ง สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงการหยุดถ่าย แต่ต้องป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำจนเกิดภาวะขาดน้ำด้วยค่ะ
เกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก มีความสำคัญอย่างไร?
1. ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ
เมื่อเด็กท้องเสียหรืออาเจียน ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่ หากสูญเสียมากกว่าปริมาณที่ได้รับกลับเข้าไป อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้
ORS จึงมีบทบาทสำคัญในการทดแทนน้ำและอิเล็กโทรไลต์ โดยเฉพาะในเด็กที่มีอาการท้องเสีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเรื่องการดื่มน้ำและสารละลายเกลือแร่ตั้งแต่ระยะแรก ๆ
2. ช่วยทดแทนโซเดียมและอิเล็กโทรไลต์ที่สูญเสียไป
อาการท้องเสียไม่ได้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังสูญเสียเกลือแร่หลายชนิดด้วย
ORS จึงได้รับการออกแบบให้มีน้ำตาลและอิเล็กโทรไลต์ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น โดยสูตร ORS osmolarity ต่ำที่ WHO แนะนำมีโซเดียม 75 mmol/L และมี osmolarity รวมประมาณ 245 mOsm/L
3. สามารถใช้ได้ในเด็กที่มีอาการท้องเสียหลายสาเหตุ
ORS เป็นหนึ่งในมาตรการหลักในการดูแลเด็กที่มีอาการท้องเสีย โดย WHO ระบุว่าการให้ ORS โดยเฉพาะสูตร osmolarity ต่ำ เป็นมาตรการสำคัญในการรักษาภาวะขาดน้ำจากท้องเสียในเด็ก
อย่างไรก็ตาม ORS ไม่ได้รักษาสาเหตุของโรคทุกชนิด และไม่ใช่ยาหยุดถ่าย หากเด็กมีอาการรุนแรงหรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์ค่ะ
4. ใช้ร่วมกับการให้อาหารและนมได้
เด็กที่ท้องเสียไม่ควรงดอาหารเป็นเวลานาน เพราะร่างกายยังต้องการพลังงานและสารอาหารเพื่อฟื้นตัว
WHO แนะนำให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อเนื่อง รวมถึงนมแม่ในเด็กที่ยังดูดนมแม่อยู่ ขณะที่การให้ ORS มีเป้าหมายหลักเพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปค่ะ
เกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร?
คำว่า “เกลือแร่” อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเครื่องดื่มเกลือแร่ทุกชนิดสามารถใช้แทนกันได้ แต่จริง ๆ แล้ว ORS กับเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับการออกกำลังกายมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
ORS ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำและอิเล็กโทรไลต์ที่สูญเสียจากอาการท้องเสียและภาวะขาดน้ำ ส่วนเครื่องดื่มสำหรับการออกกำลังกายมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรักษาภาวะขาดน้ำจากโรคท้องเสียในเด็ก
ดังนั้น หากเด็กท้องเสียหรือมีความเสี่ยงขาดน้ำ ควรเลือก ผลิตภัณฑ์ ORS ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นสารละลายเกลือแร่สำหรับการทดแทนน้ำและเกลือแร่ และใช้ตามฉลากค่ะ
วิธีเลือกเกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก
1. ดูคำว่า ORS หรือ Oral Rehydration Salts
ก่อนซื้อควรตรวจสอบฉลากว่าเป็น ORS (Oral Rehydration Salts) หรือสารละลายสำหรับการให้น้ำทางปาก ไม่ควรเลือกเพียงเพราะผลิตภัณฑ์เขียนว่า “เกลือแร่”
จุดนี้สำคัญมาก เพราะผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่มีหลายประเภทและไม่ได้มีวัตถุประสงค์เหมือนกันค่ะ
2. เลือกสูตรที่มีองค์ประกอบเหมาะสำหรับการให้น้ำทดแทน
WHO แนะนำ low-osmolarity ORS สำหรับการรักษาภาวะขาดน้ำจากท้องเสีย โดยสูตรมาตรฐานที่ WHO ระบุประกอบด้วยกลูโคส โซเดียมคลอไรด์ โพแทสเซียมคลอไรด์ และไตรโซเดียมซิเตรตไดไฮเดรตในสัดส่วนที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องคำนวณส่วนประกอบเอง ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากค่ะ
3. ตรวจสอบปริมาณน้ำที่ต้องใช้ผสม
ORS แต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีขนาดซองและปริมาณน้ำที่ต้องใช้แตกต่างกัน ดังนั้น ห้ามเดาปริมาณน้ำและไม่ควรผสมเข้มข้นหรือเจือจางกว่าที่ระบุบนฉลาก
WHO ระบุว่าผลิตภัณฑ์แบบซองต้องละลายในปริมาณน้ำตามที่กำหนด โดยตัวอย่างสูตรมาตรฐานบางชนิดใช้ 1 ซองต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร แต่ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในแต่ละพื้นที่อาจมีขนาดต่างกัน จึงต้องอ่านฉลากทุกครั้งค่ะ
4. ตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์
ก่อนให้เด็กดื่มควรตรวจสอบวันหมดอายุ ซองต้องไม่ฉีกขาดหรือชำรุด และผลิตภัณฑ์ควรได้รับการเก็บรักษาตามคำแนะนำบนฉลาก
วิธีผสมเกลือแร่ ORS สำหรับเด็กอย่างถูกต้อง
การผสม ORS เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากใช้ปริมาณน้ำไม่ถูกต้อง ความเข้มข้นของน้ำตาลและเกลือแร่อาจไม่เหมาะสม
วิธีทั่วไปคือ
- อ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ก่อนผสมทุกครั้ง
- เตรียมน้ำสะอาดตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก
- เทผง ORS ตามปริมาณที่กำหนดลงในน้ำ
- คนให้ละลายจนหมด
- ให้เด็กรับประทานตามคำแนะนำ
- หากเป็น ORS ที่ผสมแล้ว ควรเก็บและทิ้งตามระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก โดย WHO ระบุว่าสารละลาย ORS ที่เหลือจากการผสมบางสูตรควรทิ้งหลัง 24 ชั่วโมง
ไม่ควรเติมน้ำตาล เกลือ น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้เพิ่มลงใน ORS เพราะอาจทำให้สัดส่วนของสารละลายเปลี่ยนไปค่ะ
วิธีรับประทานเกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก
ปริมาณ ORS ที่เด็กควรได้รับขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนักตัว ระดับการขาดน้ำ และปริมาณน้ำที่สูญเสียไป จึงไม่ควรกำหนดปริมาณเดียวสำหรับเด็กทุกคน
ในกรณีเด็กที่มีภาวะขาดน้ำ WHO มีแนวทางประเมินปริมาณ ORS โดยหนึ่งในแผนการรักษาคือให้ประมาณ 75 มล./กก. ภายใน 4 ชั่วโมง แล้วประเมินอาการอีกครั้ง แต่การให้ในปริมาณดังกล่าวเป็นแนวทางสำหรับเด็กที่ได้รับการประเมินว่ามีภาวะขาดน้ำ ไม่ใช่คำแนะนำให้เด็กทุกคนดื่มในปริมาณนี้เองค่ะ
สำหรับเด็กที่อาเจียนหรือดื่มได้ยาก สามารถให้ ORS ครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง แทนการให้ครั้งละมาก ๆ ได้ โดยแนวทางของ CDC ระบุว่าสามารถเริ่มจากปริมาณเล็กน้อย เช่น ประมาณ 5 มล. แล้วค่อยเพิ่มตามที่เด็กสามารถรับได้
หากเด็กอาเจียนหลังดื่ม ควรพักประมาณ 10 นาที แล้วค่อยกลับมาให้ ORS ช้าลงและครั้งละน้อยลงตามคำแนะนำของ WHO ค่ะ
ถ้าเด็กไม่ยอมดื่ม ORS ทำอย่างไร?
เด็กบางคนอาจไม่ชอบรสชาติของ ORS หรือมีอาการคลื่นไส้จนไม่อยากดื่ม ผู้ปกครองสามารถลองให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง โดยใช้ช้อนหรืออุปกรณ์ป้อนยาที่สะอาดแทนการให้ดื่มครั้งละมาก ๆ หากเด็กอาเจียนบ่อยจนไม่สามารถรับ ORS หรือของเหลวได้เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจต้องประเมินระดับการขาดน้ำและการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
เด็กท้องเสียควรดื่ม ORS เท่าไร?
ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนักตัว และระดับการขาดน้ำของเด็ก จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกับเด็กทุกคน
สำหรับการดูแลเด็กที่มีอาการท้องเสียแต่ไม่มีภาวะขาดน้ำ แนวทางการดูแลจะเน้นการให้ของเหลวเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการสูญเสียและให้ ORS ตามความเหมาะสม ส่วนเด็กที่มีภาวะขาดน้ำระดับหนึ่งอาจต้องได้รับ ORS ในปริมาณที่มากขึ้นภายใต้แนวทางการรักษาและการประเมินของบุคลากรทางการแพทย์
ดังนั้น หากเป็นเด็กเล็กมาก เด็กมีโรคประจำตัว หรือผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าลูกมีภาวะขาดน้ำหรือไม่ ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนค่ะ
อาการขาดน้ำในเด็กที่ผู้ปกครองควรสังเกต
ในช่วงที่เด็กท้องเสียหรืออาเจียน ควรสังเกตอาการขาดน้ำร่วมด้วย เช่น
- ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
- ปากหรือลิ้นแห้ง
- ร้องไห้มีน้ำตาน้อยหรือไม่มีน้ำตา
- กระหายน้ำมากผิดปกติ
- เด็กซึมลงหรือดูอ่อนเพลียผิดปกติ
- ตาลึกหรือมีลักษณะขาดน้ำ
- ดื่มน้ำหรือ ORS ได้น้อยมาก
- อาเจียนต่อเนื่องจนไม่สามารถรับของเหลวได้
หากเด็กมีอาการขาดน้ำชัดเจน ซึมลงมาก ดื่มไม่ได้ อาเจียนอย่างต่อเนื่อง ถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือช็อกอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ
เด็กท้องเสียควรหยุดนมหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ควรหยุดอาหารและนมโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ เพราะเด็กยังต้องได้รับพลังงานและสารอาหารเพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
WHO แนะนำให้เด็กได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อเนื่องระหว่างมีอาการท้องเสีย รวมถึงการให้นมแม่ต่อไปในเด็กที่กินนมแม่ค่ะ
ส่วน ORS มีหน้าที่หลักในการทดแทนน้ำและเกลือแร่ ไม่ได้ทำหน้าที่แทนอาหารหรือนม
ORS ป้องกันท้องเสียได้หรือไม่?
ORS ไม่ได้ป้องกันสาเหตุของโรคท้องเสียโดยตรง แต่ช่วยป้องกันหรือแก้ไขภาวะขาดน้ำที่เกิดจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่
การป้องกันโรคท้องเสียควรเน้นการล้างมือด้วยสบู่ การใช้น้ำสะอาด สุขอนามัยในการเตรียมอาหารและการเก็บอาหาร รวมถึงการได้รับวัคซีนที่เหมาะสมตามวัย เช่น วัคซีนโรตาไวรัสค่ะ
เกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก ควรมีติดบ้านหรือไม่?
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การมี ORS ที่ได้มาตรฐาน ติดบ้านไว้สามารถช่วยให้เริ่มทดแทนน้ำและเกลือแร่ได้เร็วเมื่อเด็กเริ่มมีอาการท้องเสีย โดย CDC ระบุว่าครอบครัวสามารถเตรียม ORS สำเร็จรูปไว้ที่บ้านและเริ่มใช้เมื่อเด็กเริ่มมีอาการท้องเสียได้ อย่างไรก็ตาม ควรเก็บไว้ในที่แห้งและเหมาะสม ตรวจสอบวันหมดอายุ และเมื่อจะใช้ต้องอ่านวิธีผสมบนฉลากทุกครั้ง บทความนี้ได้รวบรวม 5 ยี่ห้อเกลือแร่ ORS สำหรับเด็ก ที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา พร้อมรายละเอียดส่วนผสมและราคามาฝากกันค่ะ
1. เกลือแร่ ยี่ห้อ Babi-Lyte H (เบบี้-ไลท์ เอช)

เกลือแร่ ORS สูตรสำหรับทารกและเด็กเล็กโดยเฉพาะ ออกแบบมาให้มีรสชาติและกลิ่นส้มอ่อนๆ ที่ดื่มง่าย ไม่ฝาดคอ ช่วยลดการต่อต้านเวลาป้อนยาของเด็กๆ
- ส่วนผสมหลัก: โซเดียมคลอไรด์, โพแทสเซียมคลอไรด์, โซเดียมซิเตรต และกลูโคส (ในสัดส่วนมาตรฐานทางการแพทย์สำหรับเด็ก)
- ราคาประมาณ: ซองละ 6 – 15 บาท หรือแบบยกกล่อง (100 ซอง) ประมาณ 150 – 200 บาท
2. เกลือแร่ ยี่ห้อ Cera ORS (เซอร่า โออาร์เอส)

เกลือแร่เกรดการแพทย์ยอดนิยมที่มักมีติดบ้านหรือจ่ายโดยแพทย์และเภสัชกร สูตรนี้ละลายน้ำได้ดีและช่วยดึงน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีทั้งขนาดสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
- ส่วนผสมหลัก: Sodium Chloride, Trisodium Citrate Dihydrate, Potassium Chloride และ Glucose Anhydrous
- ราคาประมาณ: กล่องละ 50 – 90 บาท (บรรจุ 10 ซอง หรือแบบกล่องใหญ่)
3. เกลือแร่ ยี่ห้อ OSRA R.O. (อสรา อาร์.โอ.)

เกลือแร่สูตรมาตรฐานที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก (ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป) ช่วยชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากอาการท้องร่วงได้อย่างรวดเร็ว
- ส่วนผสมหลัก: Glucose Anhydrous, Sodium Chloride, Sodium Citrate Dihydrate และ Potassium Chloride (แต่งกลิ่นส้มอ่อนๆ ดื่มง่าย)
- ราคาประมาณ: ซองละ 3 – 5 บาท / กล่องย่อมเยาประมาณ 50 – 80 บาท
4. เกลือแร่ ยี่ห้อ T.O.S. ORS (ที.โอ.เอส.)

แบรนด์สามัญประจำบ้านที่คุ้นเคย ผลิตโดยบริษัทชั้นนำ หาซื้อง่ายตามร้านขายยาทั่วไป รสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นส้มช่วยให้เด็กๆ ดื่มได้ง่ายขึ้น
- ส่วนผสมหลัก: Dextrose, Sodium Chloride, Potassium Chloride, Sodium Citrate
- ราคาประมาณ: กล่องละ 60 – 90 บาท (บรรจุ 50 ซอง)
5. เกลือแร่ ยี่ห้อ SEA LYTE (ซีไลท์)

เกลือแร่สูตรมาตรฐานที่ช่วยป้องกันภาวะช็อกจากการขาดน้ำในเด็กและผู้ใหญ่ ละลายน้ำได้ง่ายและช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกายที่สูญเสียไปจากการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง
- ส่วนผสมหลัก: Sodium Chloride, Trisodium Citrate Dihydrate, Potassium Chloride, Glucose Anhydrous
- ราคาประมาณ: ซองละ 3 – 5 บาท / กล่องใหญ่ (50 ซอง) ประมาณ 150 – 270 บาท
เกลือแร่ (ORS) สำหรับเด็ก สำคัญอย่างไร?
เกลือแร่ (ORS) สำหรับเด็ก มีบทบาทสำคัญในการป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำจากอาการท้องเสีย โดย ORS เป็นสารละลายที่มีน้ำตาลและอิเล็กโทรไลต์ในสัดส่วนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ WHO แนะนำสูตร low-osmolarity ORS สำหรับการดูแลภาวะขาดน้ำจากท้องเสียค่ะ
ในการเลือก ควรดูว่าเป็น ORS หรือ Oral Rehydration Salts และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน อ่านวิธีผสมและปริมาณน้ำตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรนำเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายมาใช้แทน ORS โดยอัตโนมัติ
ส่วนวิธีรับประทาน หากเด็กอาเจียนหรือดื่มยาก ควรให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง และหากมีอาการขาดน้ำรุนแรง ซึมลง ดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือถ่ายเป็นเลือด ควรพบแพทย์ทันที เพราะ ORS ไม่สามารถทดแทนการรักษาในภาวะรุนแรงได้ค่ะ
Read More :




ใส่ความเห็น