อาการ “เมายาคุม” เป็นคำที่หลายคนมักใช้เรียกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังจากเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ยาเป็นครั้งแรก หลายคนอาจสงสัยว่าอาการที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นผลข้างเคียงจากยาจริงหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า อาการเมายาคุมคืออะไร เกิดจากอะไร และมีวิธีรับมืออย่างไรให้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับการคุมกำเนิดและจัดการฮอร์โมนในร่างกาย แต่บางครั้งการกินยาคุมอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หรือผื่นแพ้ ซึ่งอาการเหล่านี้มักทำให้ผู้ใช้กังวลใจ บทความนี้จะช่วยตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับอาการ เมายาคุม พร้อมวิธีแก้ไขและการดูแลตัวเอง
สาเหตุของอาการ “เมายาคุม”
อาการเมายาคุมที่หลายคนเรียกขานนั้น ทางการแพทย์มักระบุว่าเป็นผลข้างเคียง (Side Effects) จากฮอร์โมนที่อยู่ในยาคุมกำเนิด ซึ่งยาคุมส่วนใหญ่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน เมื่อร่างกายได้รับฮอร์โมนเหล่านี้เข้าไป อาจเกิดการปรับตัวในช่วงระยะแรก ซึ่งมีอาการที่คล้ายคลึงกับอาการเมา เช่น เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หรือบางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลียได้ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรกของการใช้ยา เนื่องจากร่างกายยังไม่คุ้นชินกับระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป และมักจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อร่างกายปรับสมดุลได้เอง อาการเมายาคุมเกิดจากผลข้างเคียงของฮอร์โมนที่มีอยู่ในยาคุม เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้
- เวียนหัว
- คลื่นไส้
- ผื่นขึ้น
- อารมณ์แปรปรวน
- ปวดหัว
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ หลักๆ มาจากการที่ฮอร์โมนในยาคุมเข้าไปส่งผลต่อระบบในร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียนโลหิตหรือระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการคลื่นไส้พะอืดพะอม โดยเฉพาะหากรับประทานตอนท้องว่าง อาการเหล่านี้อาจแสดงผลชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม หากอาการมีลักษณะรุนแรงมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว หรือเจ็บหน้าอก ควรหยุดยาและรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่อันตรายกว่า
อาการที่พบบ่อยและวิธีจัดการ
กินยาคุมแล้วเวียนหัว ทำไงดี?
- ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ: การดื่มน้ำช่วยลดอาการเวียนหัวที่เกิดจากฮอร์โมนในยาคุม
- พักผ่อนในที่อากาศถ่ายเท: ช่วยให้อาการเวียนหัวบรรเทาลง
- กินยาหลังอาหาร: การเปลี่ยนเวลาทานยาคุมหลังอาหารช่วยลดผลข้างเคียงของฮอร์โมน
กินยาคุมแล้วคลื่นไส้ ทำไงดี?
- กินยาพร้อมอาหาร: อาหารช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะ
- ดื่มน้ำขิงหรือน้ำมะนาว: ช่วยลดอาการคลื่นไส้
- เปลี่ยนเวลาในการกินยา: หากกินยาคุมตอนเช้าแล้วรู้สึกคลื่นไส้ ลองเปลี่ยนมากินก่อนนอนแทน
แพ้ยาคุม ผื่นขึ้น ทำอย่างไร?
- ทายาสเตียรอยด์: สำหรับผื่นคันเล็กน้อยสามารถใช้ยาทาภายนอกได้
- ปรึกษาแพทย์: หากผื่นลามหรือมีอาการบวมแดง ควรรีบพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนยาคุม
หากคุณเพิ่งเริ่มทานยาคุมและรู้สึกถึงอาการดังกล่าว มีวิธีบรรเทาเบื้องต้นเพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ง่ายขึ้น ประการแรก แนะนำให้รับประทานยาคุมในช่วงเวลาก่อนนอน ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและได้ผลดีที่สุด เพราะช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะเข้าสู่การพักผ่อน ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการเวียนศีรษะหรือคลื่นไส้ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ นอกจากนี้ การรับประทานยาหลังอาหารเย็นหรือหลังอาหารมื้อสุดท้ายของวันยังช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
ควรหยุดกินยาคุมเมื่อไหร่?
หากอาการแพ้ยาคุมรุนแรง เช่น
- เวียนหัวจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้
- คลื่นไส้และอาเจียนติดต่อกันหลายวัน
- ผื่นขึ้นรุนแรงหรือมีอาการหายใจลำบาก
วิธีแก้ไข:
- หยุดกินยาคุมทันที และปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ถุงยางอนามัย ห่วงคุมกำเนิด หรือยาคุมชนิดฮอร์โมนต่ำ
วิธีแก้อาการแพ้ยาคุม
วิธีแก้อาการแพ้ยาคุมที่แนะนำอีกข้อคือ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในระหว่างวัน และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายลดความอ่อนล้าและช่วยให้ระบบต่างๆ ปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากอาการยังคงไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 3 เดือน หรืออาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรหรือสูตินรีแพทย์ เพื่อพิจารณาเปลี่ยนชนิดของยาคุมที่มีระดับฮอร์โมนต่ำลง หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมากที่สุด
- เปลี่ยนยาคุมเป็นชนิดฮอร์โมนต่ำ: เช่น ยาคุมสูตรสำหรับคนแพ้ง่าย
- เปลี่ยนเป็นยาคุมชนิดโปรเจสเตอโรนเดี่ยว: สำหรับผู้ที่แพ้เอสโตรเจน
- กินยาบรรเทาอาการชั่วคราว: เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้คลื่นไส้
- พักผ่อนเพียงพอ: การนอนหลับช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากผลข้างเคียงของยา
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ยาคุม
- เริ่มจากยาคุมสูตรเบา: สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มกินยาคุมควรเลือกยาที่มีฮอร์โมนต่ำ
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา: โดยเฉพาะหากมีประวัติแพ้ฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด
- กินยาตามเวลาที่กำหนด: เพื่อรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่
อาการที่เรียกกันว่าเมายาคุมนั้นเกิดขึ้นได้จริง แต่เป็นเพียงการตอบสนองชั่วคราวของร่างกายต่อฮอร์โมนใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ภาวะอันตรายและสามารถจัดการได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานยา อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจร่างกายตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากอาการใดๆ ที่ดูผิดปกติหรือรุนแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็น อย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การคุมกำเนิดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาวค่ะ
Read More :
- ยาแก้แพ้เม็ดสีเหลือง คือยาอะไร? สรรพคุณ วิธีใช้ และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้
- ยาแก้แพ้เม็ดสีขาว คือยาอะไร? รวมยี่ห้อยอดฮิต ไม่ง่วง ออกฤทธิ์นาน 24 ชั่วโมง
- PMS คือโรคอะไร? เป็นแล้วมีโอกาสหายไหม? พร้อมส่องแนวทางรักษาและราคาดูแลตัวเอง
- แนะนำ 15 น้ำมันปลาสำหรับเด็กยี่ห้อไหนดี
- วิธีล้างจมูกที่ถูกต้อง ช่วยลดน้ำมูก คัดจมูก และป้องกันภูมิแพ้




ใส่ความเห็น