ในปี 2026 การจดบันทึกไม่ได้เป็นเพียงการเก็บข้อมูล แต่คือการสร้างงานศิลปะบนหน้ากระดาษเพื่อความเพลิดเพลินทางสายตา (Aesthetic) เทรนด์ของ เซตปากกาไฮไลท์ ในปีนี้จึงขยับออกจากสีนีออนสะท้อนแสงแสบตา ไปสู่กลุ่มสี “Muted Neutrals” (สีโทนอุ่นและสีเอิร์ธโทน), “Frosted Pastels” (สีพาสเทลเย็นๆ) และเทคโนโลยีหมึกแบบ Non-Smudge ที่ไม่ทำให้หมึกปากกาเจลเลอะเทอะ
1. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Zebra Mildliner (2026 Neutral & Calm Colors)

เจ้าตลาดที่ยังคงความเก๋าด้วยการออกสีใหม่ทุกปี สำหรับปี 2026 นี้มาในโทน Neutral ที่เน้นความละมุนเหมือนสีของก้อนหินและธรรมชาติ ช่วยให้หน้ากระดาษดูแพงและอ่านสบายตาที่สุด
- จุดเด่น:
- ดีไซน์ 2 หัว (หัวตัดสำหรับเน้น และหัวกลมสำหรับเขียนหรือขีดเส้นใต้)
- หมึกโปร่งแสงขั้นสุด สามารถทับซ้อนกันได้โดยไม่ทำให้ข้อความมืดดำ
- โทนสีใหม่ปี 2026 เช่น Mild Sage Green และ Mild Dusty Rose ที่เป็นเทรนด์ฮิต
- ราคาโดยประมาณ: 220 – 260 บาท (เซต 5 ด้าม)
- พิกัด: Shopee | Lazada
2. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ STABILO Boss Original Pastel (Pack of 15)

ถ้าถามหาความพรีเมียมและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ STABILO ยังคงเป็นที่หนึ่งในปี 2026 เซต 15 สีพาสเทลกลายเป็นไอเทมประดับโต๊ะทำงานยอดนิยม เพราะเฉดสีที่ครบถ้วนตั้งแต่สีมินต์ไปจนถึงสีกุหลาบ
- จุดเด่น:
- เทคโนโลยี Anti-Dry-Out เปิดฝาทิ้งไว้ได้นานถึง 4 ชั่วโมงโดยที่หมึกไม่แห้ง
- หัวตัด 2 ขนาด (2 มม. และ 5 มม.) ปรับใช้งานได้ตามความกว้างบรรทัด
- ตัวด้ามแบนกว้าง จับกระชับมือและไม่กลิ้งตกจากโต๊ะง่ายๆ
- ราคาโดยประมาณ: 550 – 620 บาท
- พิกัด: Shopee | Lazada
3. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Pilot Frixion Light Erasable (Soft Colors)

ลบได้… คือสวรรค์ของคนจดโน้ตที่ขี้เกียจใช้ลิควิดครับ ปากกาไฮไลท์ลบได้ของ Pilot ในปีนี้พัฒนาให้หมึกติดทนนานขึ้น แต่ยังคงลบออกได้เกลี้ยงเกลาด้วยแรงเสียดทานของยางที่ท้ายด้าม
- จุดเด่น:
- หมึกสูตรพิเศษที่หายไปเมื่อได้รับความร้อน (จากการถูด้วยยางท้ายปากกา)
- สี Soft Colors ที่ไม่ฉูดฉาด ช่วยให้โน้ตดูสะอาดตาแม้จะไฮไลท์เยอะ
- เหมาะมากสำหรับคนใช้ Planner ที่ตารางงานเปลี่ยนบ่อย
- ราคาโดยประมาณ: 180 – 240 บาท (เซต 6 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
4. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Monami Jumbo Highlighter Pastel (Set of 6)

แบรนด์เกาหลีที่มาในไซส์จัมโบ้แต่ราคาเป็นมิตรมาก รุ่นนี้โด่งดังเรื่องความ “ฉ่ำ” ของหมึกที่ลื่นไหลสม่ำเสมอ และสีพาสเทลที่เป็นพาสเทลจริงๆ ไม่เพี้ยนเป็นสีเข้ม
- จุดเด่น:
- หัวปากกาขนาดใหญ่พิเศษ เน้นทีเดียวคลุมทั้งข้อความ
- หมึกแห้งไวมาก (Quick-Dry) ไม่ซึมไปหน้าถัดไปแม้อ่านบนกระดาษบาง
- โทนสีสว่างสดใสแต่ไม่สะท้อนแสงจนปวดตา
- ราคาโดยประมาณ: 120 – 150 บาท
- พิกัด: Shopee | Lazada
5. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Uni Propus Window (Quick-Dry Edition)

แก้ปัญหาโลกแตกของคนจดโน้ตด้วย “ช่องหน้าต่าง” ที่หัวปากกา ทำให้คุณมองเห็นข้อความที่จะไฮไลท์ได้ก่อนจะลากผ่าน ไม่ต้องกลัวว่าจะลากเกินบรรทัด
- จุดเด่น:
- Window Tip: ช่องใสที่หัวตัด ช่วยให้กะระยะการหยุดไฮไลท์ได้แม่นยำ
- หมึกรุ่นปี 2026 พัฒนาให้แห้งไวภายใน 1 วินาที ลดปัญหาหมึกเลอะมือ
- เป็นแบบ 2 หัวที่มีทั้งหัวตัดและหัวเมจิกขนาดเล็ก
- ราคาโดยประมาณ: 190 – 230 บาท (เซต 5 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
6. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Staedtler Textsurfer Classic Vintage Colors

สำหรับคนที่เบื่อสีพาสเทลและสีนีออน Staedtler ส่งเซต Vintage Colors ออกมาเขย่าใจสายคลาสสิก ด้วยโทนสีอย่างแดงอิฐ, เทาควันบุหรี่ และน้ำตาลเปลือกไม้
- จุดเด่น:
- Inkjet Safe: ไม่ทำให้หมึกจากการพิมพ์เครื่อง Inkjet หรือหมึกปากกาเลอะเทอะ
- ความจุหมึกเยอะมาก ใช้งานได้นานกว่าปากกาแท่งเล็กหลายเท่า
- สีวินเทจที่ใช้เขียนหัวข้อแล้วดูหรูหราเหมือนจดลงสมุดจดบันทึกสมัยก่อน
- ราคาโดยประมาณ: 140 – 180 บาท (เซต 4 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
7. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ M&G Erasable Magic Highlighter (Double-End)

แบรนด์ขวัญใจนักเรียนที่มาพร้อมความสนุก ปากกาด้านหนึ่งเป็นไฮไลท์สีสวย แต่อีกด้านเป็น “ปากกาลบ” ที่เพียงแค่ลากทับ สีไฮไลท์จะหายวับไปกับตาเหมือนร่ายมนตร์
- จุดเด่น:
- ลบออกด้วยสารเคมีเฉพาะที่หัวอีกด้าน ไม่ต้องใช้แรงถู ไม่ทำลายเนื้อกระดาษ
- ราคาย่อมเยาที่สุดในกลุ่มปากกาไฮไลท์ฟังก์ชันพิเศษ
- ใช้สร้างลูกเล่นในโน้ตได้ เช่น เขียนข้อความทับลงไปในแถบไฮไลท์สี
- ราคาโดยประมาณ: 90 – 130 บาท (เซต 6 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
8. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Kokuyo Beetle Tip Dual Color

นวัตกรรมจากญี่ปุ่นที่เลียนแบบเขาของด้วงกว่าง ทำให้หัวปากกาหนึ่งด้ามสามารถเลือกสีได้ถึง 2 สี เพียงแค่บิดข้อมือเปลี่ยนองศาการลาก
- จุดเด่น:
- ไม่ต้องพกหลายแท่ง 1 ด้ามมี 2 สีที่แมตช์กันมาให้แล้ว (เช่น เหลือง-ชมพู)
- ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าดินสอได้ถึงครึ่งหนึ่ง
- หมึกคุณภาพดี สีสม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อนที่ปลายเส้น
- ราคาโดยประมาณ: 250 – 300 บาท (เซต 3 ด้าม 6 สี)
- พิกัด: x| Lazada
9. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Faber-Castell Textliner 46 Metallic

สายมุ้งมิ้งและคนทำ Bullet Journal ต้องรักรุ่นนี้ครับ เพราะมันไม่ใช่แค่สีพาสเทลธรรมดา แต่มีประกายกากเพชร (Shimmer) ผสมอยู่ในเนื้อหมึก เพิ่มความวิ้งวับให้หน้าโน้ต
- จุดเด่น:
- Metallic Effect: ให้ประกายมุกที่ดูแพงมาก โดยเฉพาะเมื่อโดนแสงไฟ
- หมึกน้ำ (Water-based) ปลอดภัยไร้กลิ่นฉุน
- ใช้ตกแต่งขอบสมุดหรือวาดรูปประกอบได้สวยงามกว่าไฮไลท์ทั่วไป
- ราคาโดยประมาณ: 200 – 250 บาท (เซต 4 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
10. เซตปากกาไฮไลท์ ยี่ห้อ Kaco Green Highlighters (Minimalist Set)

ปิดท้ายด้วยแบรนด์สไตล์มินิมอลที่เน้นดีไซน์ด้ามปากกาให้เรียบง่ายแต่ดูดี เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการความภูมิฐานเวลาหยิบออกมาใช้ในห้องประชุม
- จุดเด่น:
- ด้ามปากกาผิวสัมผัสแบบ Soft-touch จับสบายมือไม่ลื่น
- โทนสี Muted ที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีความเป็นสากลสูง
- แพ็คเกจกล่องใสที่ดูเรียบหรู สามารถวางโชว์บนโต๊ะทำงานได้เลย
- ราคาโดยประมาณ: 150 – 190 บาท (เซต 5 สี)
- พิกัด: Shopee | Lazada
เทคนิคการเลือกเซตปากกาไฮไลท์ในปี 2026
- เลือกตามเนื้อกระดาษ: หากคุณชอบอ่านหนังสือสอบที่กระดาษบางๆ ให้เลือกกลุ่ม Mildliner หรือ Monami เพราะหมึกจะไม่ทะลุไปด้านหลังง่ายๆ
- ดูที่ประเภทของปากกาที่ใช้เขียน: ถ้าคุณใช้ปากกาเจลเป็นหลัก ควรเลือกไฮไลท์ที่มีระบุว่า “Smudge-Proof” หรือ “Inkjet Safe” เพื่อป้องกันไม่ให้หมึกตัวหนังสือเลอะเทอะเวลาลากผ่าน
- จิตวิทยาของสี: ปี 2026 เน้นสีโทนเย็น (Cool Blue/Mint) เพื่อช่วยลดความเครียดเวลาอ่านหนังสือนานๆ ครับ
หากคุณเน้นความเป็นมาตรฐานและสีให้เลือกเยอะที่สุด Zebra Mildliner คือคำตอบครับ แต่ถ้าอยากได้ความสบายตาและดีไซน์ที่ตั้งโต๊ะแล้วสวย STABILO Boss Pastel จะเป็นไอเทมที่เติมเต็มโต๊ะทำงานของคุณได้ดีที่สุด
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง




ใส่ความเห็น