เด็กมักจะเป็นเหยื่อของการถูกคุกคามทางเพศ เพราะเขายังไม่สามารถแยกแยะ และปฏิเสธได้ด้วยทางกายภาพ และผลของการถูกคุกคามทางเพศในเด็กก็สร้างบาดแผลเกิดขึ้นในจิตใจในถึงอนาคต บทความนี้ Shop-dek.com นำสิ่งที่เรียกว่า “การคุกคามทางเพศ” มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้สอนลูกให้เตรียมตัวและรู้จักจัดการเมื่อถูกกระทำ
“การคุกคามทางเพศ” คืออะไร? มีอะไรบ้าง?
“การคุกคามทางเพศ” (Sexual Harassment) คือการถูกมอง ถูกจ้อง ถูกกระทำบางอย่างให้รู้สึกอึดอัดทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอันตรายต่อผู้ถูกกระทำทั้งแบบที่มองไม่เห็นไปจนถึงขั้นสูญเสียชีวิต ซึ่งการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นได้หลายลักษณะ ได้แก่

การคุกคามทางเพศ คือ การกระทำหรือพฤติกรรมที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งผู้กระทำมุ่งหวังผลประโยชน์ทางเพศ หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกอึดอัด ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือไม่ปลอดภัย โดยหัวใจสำคัญของการตัดสินว่าพฤติกรรมนั้นเป็นการคุกคามหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ “เจตนา” ของผู้กระทำ แต่อยู่ที่ “การไม่ยินยอม” (Non-consent) และ “ผลกระทบ” ที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำ
1. การคุกคามทางสายตา (Visual Harassment)
การคุกคามทางสายตา (Visual Harassment) เป็นการคุกคามทาเพศที่พบบ่อยที่สุด และพิสูจน์ทางกฎหมายได้ยาก เพราะไม่มีการสัมผัสที่ตัวของเหยื่อ แต่ถ้าหากเกิดขึ้นและโดนกระทำบ่อยๆ จากที่โรงเรียน ในสังคมที่ทำงาน ก็ทำให้เหยื่อไม่สบายใจได้ ลักษณะของการคุกคามทางเพศด้วยสายตา ได้แก่ การจ้องมองร่างกายด้วยลักษณะหยาบคาย, การใช้สายตาสำรวจร่างกายของผู้อื่น รวมถึงการแอบถ่ายภาพหรือวิดีโอในเชิงลามก
2. การคุกคามด้วยวาจา (Verbal Harassment)
การคุกคามด้วยวาจา ก็ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ถูกร่างกายของเหยื่อ แต่หากใครเจอเหตุการณ์ถูกคุกคามด้วยวาจาบ่อยๆ ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การถูกเพื่อนร่วมงานแทะโลม การวิจารณ์รูปร่างหน้าตา หรือสัดส่วนในเชิงชู้สาว การตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทางเพศส่วนตัว การเกี้ยวพาราสีด้วยถ้อยคำแทะโลมหรือการเรียกชื่อที่ส่อไปในทางเพศต่างๆ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องตลก แต่ถือเป็นการทิ่มแทงจิตใจ
ซึ่งการคุกคามด้วยวาจา มักพบบ่อยที่โรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นเล็กๆ ด้วยการพูดจาเสียดสีเรื่องเพศ รวมถึงวิจารณ์รูปร่างจนเด็กสูญเสียสมาธิในการเรียน
3. การคุกคามทางกายภาพ (Physical Harassment)
การคุกคามทางกายภาพ เป็นการคุกคามทางเพศที่อันตรายที่สุด อาจส่งผลเสียถึงชีวิต เกิดการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัว สร้างความทรงจำที่ไม่ดีแก่ผู้ถูกกระทำ การคุกคามทางเพศด้วยร่างกาย ได้แก่ การโอบกอด การหอมแก้ม หรือการแตะเนื้อต้องตัวโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม, การยืนเบียดเสียด หรือจงใจเดินมาชนในลักษณะที่มีนัยทางเพศ ไปจนถึงการปิดกั้นทางเดินหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อให้เกิดการสัมผัสร่างกาย ซึ่งมีวิธีการพิสูจน์ด้วยนิติวิทยาศาสตร์
4. การคุกคามผ่านสื่อออนไลน์ (Cyber Sexual Harassment)
เด็กวัยมัธยม ประถม มักตกเป็นเหยื่อ การคุกคามผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างทวีความรุนแรงขึ้นได้ เช่น การแชทส่งข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่มีเนื้อหาลามก,การโพสต์ข้อความคุกคามทางเพศบนโซเชียลมีเดีย และการข่มขู่จะเปิดเผยภาพลับ
5. การใช้อำนาจแลกเปลี่ยนประโยชน์ทางเพศ (Quid Pro Quo)
พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นในที่ทำงานหรือสถานศึกษา โดยผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสนอผลประโยชน์ เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การเพิ่มคะแนนแลกเกรด หรือการจ้างงาน เพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ทางเพศ หรือขู่ว่าจะลงโทษหากไม่ยอมตกลง
บทลงโทษตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 การกระทำในลักษณะส่อไปในทางล่วงเกินทางเพศที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากพฤติกรรมนั้นยกระดับเป็นการอนาจารตาม มาตรา 278 คือมีการสัมผัสร่างกายหรือใช้กำลังบังคับ โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
การคุกคามทางเพศต่อเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกรูปแบบ ดังนั้นครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่สามารถสอนปลูกฝังให้เด็กรู้จักเคารพต่อร่างกายตัวเอง และร่างกายของผู้อื่น รวมถึงควรตรวจสอบสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่เด็กใช้ก่อนวัยที่เขาจะสามารถตัดสินใจอะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง
ติดตามบทความข่าวสารต่างๆ ได้ที่ “เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์”
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง




ใส่ความเห็น