ไม่ใช่ว่าเด็กยุคใหม่จะเป็นหอบหืดกันเยอะ แต่ด้วยโรคทางเดินหายใจที่ทำให้เด็กๆ ต้องได้ใช้
เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับยาได้อย่างตรงจุด หลายบ้านพอเด็กๆ ไปโรงเรียนแล้วก็ได้โรค RSV, Covid และไข้หวัดใหญ่มา ทำให้ร่างกายต้องได้รับการพักฟื้นจากการได้ยาพ่นบ่อยครั้ง รวมไปถึงน้องๆ ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ก็ต้องใช้เจ้าเครื่องนี้อยู่เรื่อยๆ หากมีไว้ติดบ้านก็ไม่ต้องเดินทางไปพ่นยาที่โรงพยาบาลซึ่งอาจจะไม่สะดวกด้านการเดินทาง และค่าใช้จ่าย บทความนี้พาคุณมาดู เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพารุ่นยอดนิยมในตลาด พร้อมราคาโดยประมาณและคุณสมบัติเด่นที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อ
เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา 4 ยี่ห้อยอดนิยม
1. เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา ยี่ห้อ OMRON รุ่น NE-U100

OMRON NE-U100 เป็นเครื่องพ่นยาแบบ Mesh Nebulizer ที่อยู่ในกลุ่มราคาระดับสูง โดยมีราคาประมาณ 4,000 – 5,200 บาท จุดเด่นสำคัญคือการทำงานที่เงียบสนิท (น้อยกว่า 20 dBA) ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างไม่รบกวนผู้อื่นในทุกสถานที่ เครื่องรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีความทนทานสูงด้วยแกนผลิตจากไทเทเนียม และมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถพ่นละอองยาได้ในทุกแนวเอียง ซึ่งเป็นประโยชน์มากในการพ่นยาให้เด็กหรือผู้ป่วยติดเตียง ประสิทธิภาพในการนำส่งยาสูงด้วยขนาดอนุภาค (MMAD) ประมาณ 4.5 ไมครอน และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AA 2 ก้อน ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 4 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่มักมีการรับประกัน 1−2 ปี
2. เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา ยี่ห้อ Feellife รุ่น Air Pro II

Feellife Air Pro II เป็นเครื่องพ่นยาแบบ Mesh Nebulizer ในระดับราคากลางที่เข้าถึงง่าย โดยมีราคาประมาณ 1,590 – 2,800 บาท แม้จะมีราคาที่ไม่สูงนัก แต่ก็ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ดีในการสร้างละอองยาที่มีขนาดอนุภาค MMAD น้อยกว่า 5ไมโครเมตร เครื่องรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือสามารถปรับอัตราการพ่นละอองยาได้หลากหลาย และมีระบบป้องกันอัจฉริยะที่จะปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อพ่นยาครบ 10 นาที หรือเมื่อกระเปราะยาแห้ง เครื่องรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ (ลิเธียมไททาเนต) และมีระดับเสียงการทำงานที่ค่อนข้างเงียบ (ไม่เกิน 50 dBA)
3. เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา ยี่ห้อ Yuwell รุ่น M102

Yuwell M102 เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในกลุ่ม Mesh Nebulizer โดยมีราคาประหยัดที่สุด ประมาณ 800 – 1,500 บาท จุดเด่นของรุ่นนี้คือมีขนาดอนุภาคยาที่ละเอียดมาก (MMAD ประมาณ 3.49 ไมครอน) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีปริมาณยาตกค้างในกระเปาะต่ำ ทำให้ช่วยประหยัดยาได้ดี ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบามากเพียงประมาณ 108 กรัม และมีเสียงการทำงานที่เบา (ต่ำกว่า 50 dBA) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องพ่นยาขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก สำหรับการใช้ระหว่างเดินทางหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
4. เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา ยี่ห้อ FLAEM รุ่น Smarty (และ Wi.Neb go)

FLAEM มีเครื่องพ่นยาแบบพกพาสองประเภทหลัก โดยรุ่น Smarty เป็นแบบ Mesh Nebulizer และรุ่น Wi.Neb go เป็นแบบลูกสูบ (Compressor) ที่มีแบตเตอรี่ โดยมีราคาระดับสูงประมาณ 6,990 – 8,800 บาท
- รุ่น Smarty (Mesh): โดดเด่นเรื่องความเงียบสูงสุด (ระดับเสียงไม่เกิน 20 dBA) และให้ละอองยาขนาด 4.0ไมโครเมตร สามารถเลือกพ่นยาแบบต่อเนื่อง หรือแบบตามความต้องการได้
- รุ่น Wi.Neb go (Compressor): ใช้ระบบลูกสูบที่ทนทานกว่า และมีความยืดหยุ่นของแหล่งพลังงานสูง โดยสามารถใช้ได้ทั้งไฟบ้าน, ไฟรถยนต์ และแบตเตอรี่ความจุสูง ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
เครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา หาซื้อได้ที่ไหน?
การเลือกซื้อเครื่องพ่นยาหอบหืดแบบพกพา ควรพิจารณาจากประสิทธิภาพของเครื่อง (ขนาดอนุภาคยาและอัตราการพ่นยา) ควบคู่ไปกับงบประมาณและความถี่ในการใช้งาน:
- เน้นคุณภาพและความเงียบเป็นพิเศษ: เลือกรุ่นราคาสูง เช่น OMRON NE-U100 หรือ FLAEM Smarty
- เน้นความคุ้มค่าและยาละเอียด: เลือกรุ่นประหยัด เช่น Yuwell M102
- เน้นแบตเตอรี่ชาร์จได้และฟังก์ชันอัตโนมัติ: เลือกรุ่นราคากลาง เช่น Feellife Air Pro II
ช่องทางการซื้อ ควรเลือกซื้อจาก ร้านขายยาขนาดใหญ่ หรือ ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและมั่นใจในการรับประกันสินค้า ส่วนการซื้อผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถเข้าถึงราคาที่ดีกว่าได้ แต่ต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าและเงื่อนไขการรับประกันจากศูนย์บริการในประเทศไทยอย่างรอบคอบเสมอ




![[รีวิว] ฟาร์มลุงอ้วน จับกบ อุ้มจระเข้ คาเฟ่แคมป์บางใหญ่ที่สายผจญภัยไม่ควรพลาด](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/e0b89f.jpg?w=1024)
![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)


ใส่ความเห็น