โรคผิวหนังประเภทกลาก เกลื้อน เกิดจุดด่างขาวบนใบหน้า ผิวกาย เป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องเจอ ไม่ใช่ว่าเราเลี้ยงลูกเราไม่ดี หรือสกปรก แต่มีโอกาสสัมผัสรับเชื้อจากสิ่งแวดล้อมได้ตลอดเวลา บทความนี้ Shop-dek.com จะพาคุณมารู้จักกับโรคกลากเกลื้อนในเด็ก รวมถึงการติดเชื้อปรสิต Ringworm ที่ไม่อันตรายแต่เกาจนเสียบุคลิก พร้อมวิธีแก้ และยารักษา
กลาก และ เกลื้อน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
จุดด่างขาวเป็นวงๆ บนผิวหนัง คนไทยจะเรียกติดปากว่า “กลากเกลื้อน” แต่ในทางการแพทย์ สองโรคนี้เกิดจากเชื้อราคนละกลุ่มกัน ถ้าลูกเกาเป็นสัปดาห์แล้วไม่หาย ทายาแก้คันก็ไม่หาย แถมยังลามไปบริเวณอื่น ให้สังเกตไว้ก่อนอาจเป็นกลากเกลื้อน หรือโรคผิวหนังจากเชื้อรา โดยโรคผิวหนังจากเชื้อรา 2 กลุ่มใหญ่ๆ เกิดจากเชื้อ Microsporum และ Trichophyton

เชื้อรากลุ่ม Microsporum และ Trichophyton เติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ อุ่นและชื้น การอาบน้ำบ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังมีความชื้นสะสมอยู่ตลอดเวลา หากคุณเช็ดตัวไม่แห้งสนิท เชื้อราจะยิ่งแบ่งตัวและกระจายวงกว้างได้เร็วกว่าเดิม การอาบน้ำสระผมบ่อยๆ ไม่ใช่การรักษา 100% ควรได้รับยาทา และยากินพร้อมๆ กัน
โรคกลาก (Ringworm / Tinea Corporis)
กลากเกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งกินเคราตินในผิวหนังเป็นอาหาร มักติดมาจากการสัมผัส สัตว์เลี้ยง (เช่น กระต่าย แมว หรือสุนัข) หรือติดจากดินและเพื่อนที่โรงเรียน
- อาการ: มักเห็นเป็นวงแดงชัดเจน ขอบนูนเล็กน้อยและมีสะเก็ด ส่วนกลางของวงอาจจะดูจางลงคล้ายวงแหวน จึงเรียกว่า Ringworm
- ตำแหน่งที่พบบ่อย: หากคุณพบว่า ลูกเป็นกลากที่ขา หรือแขน มักเกิดจากการไปเล่นคลุกคลีในที่อับชื้นหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงโดยตรง
โรคเกลื้อน (Tinea Versicolor)
เกลื้อนเกิดจากเชื้อรากลุ่ม Malassezia ซึ่งเป็นเชื้อราปกติบนผิวหนัง แต่จะเติบโตผิดปกติเมื่อผิวหนังมีความมันหรือเหงื่อสะสมมาก
- อาการ: เป็นจุดเล็กๆ สีขาว ชมพู หรือน้ำตาล รอยโรคจะราบไปกับผิวหนัง ไม่นูน และมักไม่คันเท่ากลาก
- ตำแหน่งที่พบบ่อย: หาก ลูกเป็นเกลื้อนที่หน้า หรือลำคอ มักเกิดจากความอับชื้นหลังจากการเล่นซนแล้วไม่ได้ซับเหงื่อให้แห้ง
จุดด่างขาวบนใบหน้าทารก (Pityriasis Alba)
จุดด่างขาวบนใบหน้าเด็กโตมีโอกาสเป็นได้ทั้งกลากและเกลื้อน แต่หากเป็นเด็กทารกวัยเข้าเต้า อาจจะเป็น “กลากน้ำลาย” (Pityriasis Alba) ซึ่งไม่ใช่โรคเชื้อรา แต่เรียกว่ากลากน้ำลายเพราะมีลักษณะเป็นวงๆ เหมือนกัน เกิดจากภาวะผิวหนังอักเสบเล็กน้อยที่ทำให้การสร้างเม็ดสีชั่วคราวผิดปกติไป มักพบในเด็กที่ผิวแห้งหรือโดนแดดจัด
- การสังเกต: รอยด่างจะมีขอบไม่ชัดเจนเท่าเกลื้อน ผิวบริเวณนั้นอาจดูสากเล็กน้อย
- กลากน้ำลายรักษาอย่างไร: ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา แต่ควรเน้นการทาครีมบำรุงผิว (Moisturizer) เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและทาครีมกันแดด รอยด่างจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติ
กลาก เกลื้อนและเชื้อราบนหนังศีรษะ
คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินโฆษณายาทาเชื้อรา “กลาก และเชื้อราบนหนังศีรษะ” ซึ่งอาการคันและผิวหนังตกสะเก็ดที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะทำให้เราเข้าใจผิดว่าเป็นรังแค หากมันเป็นชิ้นใหญ่ และลูกเกาตลอด ทำให้สูญเสียบุคลิกภาพ ซึ่งแยกยากระหว่างแพ้เหงื่อ เป็นรังแค
วิธีสังเกตคือ เป็นมากกว่า 1 สัปดาห์ อาบน้ำสระผมแล้วไม่หาย เปลี่ยนผลิตภัณฑ์สระผมแล้วไม่หาย และมีรอยแดง ๆ เป็นวงๆ เกิดขึ้นรอบคอ ใบหู หรือหนังศีรษะ คาดไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นกลากที่เกิดจากปรสิต (Ringworm)

วิธีสังเกตเชื้อราที่ผิวหนัง (Ringworm / Dermatophytosis)
แม้จะชื่อว่า “Ringworm” แต่สาเหตุไม่ได้มาจากพยาธิ แต่เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Microsporum หรือ Trichophyton
- ลักษณะเด่น: มักเห็นเป็นวงกลมหรือวงรี (ตามชื่อ Ringworm) ผิวหนังบริเวณนั้นจะแห้ง ตกสะเก็ดสีขาวหรือเทา และขนหลุดร่วงจนเห็นผิวหนังชัดเจน
- ตำแหน่งที่พบบ่อย: บริเวณใบหน้า รอบดวงตา จมูก และใบหู บางครั้งอาจลามไปที่เท้า
- อาการร่วม: กระต่ายอาจจะมีอาการคัน แต่ไม่เสมอไป อย่างไรก็ตาม เชื้อราประเภทนี้ ติดต่อสู่คนได้ หากสัมผัสโดยไม่ป้องกัน
แนวทางการรักษาเชื้อรา Ringworm ในคน
1. การใช้ยาทาเฉพาะที่ (Topical Antifungals)
สำหรับผู้ที่มีรอยโรคเพียงจุดเดียวหรือสองจุด และอาการไม่รุนแรง แพทย์มักเริ่มต้นด้วยการใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา
- กลุ่มยาที่นิยมใช้: * Clotrimazole (เช่น แบรนด์ Canesten)
- Miconazole (เช่น แบรนด์ Daktarin)
- Terbinafine (เช่น แบรนด์ Lamisil) – ตัวนี้มักจะเห็นผลเร็วและใช้เวลาสั้นกว่ากลุ่มอื่น
- Ketoconazole (เช่น แบรนด์ Nizoral cream)
- วิธีใช้: ทาบริเวณแผลและ ทาเลยขอบแผลออกมาประมาณ 1-2 นิ้ว วันละ 1-2 ครั้ง
2. การใช้ยากิน (Oral Antifungals)
แพทย์จะพิจารณาใช้ยากินเมื่อมีการติดเชื้อหลายจุดทั่วตัว, การติดเชื้อที่หนังศีรษะ, หรือใช้ยาทาแล้วไม่เห็นผล
- กลุ่มยาที่นิยมใช้: Terbinafine, Itraconazole, หรือ Fluconazole
- ข้อควรระวัง: ยากินกลุ่มนี้มีผลต่อตับ จึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์และห้ามซื้อกินเองโดยเด็ดขาด
ใช้ยาตัวไหน และใช้เวลากี่วันถึงจะหายขาด?
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “กี่วันหาย?” คำตอบขึ้นอยู่กับวินัยและตัวยาที่เลือกใช้ครับ:
- การใช้ยาทา: โดยทั่วไปต้องทาติดต่อกัน 2 ถึง 4 สัปดาห์ แม้ว่าผื่นแดงจะดูจางลงหรือหายไปแล้วในสัปดาห์แรก ห้ามหยุดยาเด็ดขาด ควรทาต่อไปอีกอย่างน้อย 7 วัน เพื่อกำจัดสปอร์ที่ฝังตัวอยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง
- การใช้ยากิน: ระยะเวลาอาจสั้นลงเหลือ 1 ถึง 2 สัปดาห์ สำหรับผิวหนังทั่วไป แต่อาจต้องกินนานถึง 3 เดือนหากเป็นการติดเชื้อที่เล็บ
ยาทาแก้เชื้อรา กลาก เกลื้อน มียี่ห้อไหนบ้าง?
หากพบว่ามีรอยแดงเป็นจุดวงด่างขาวตามรูปด้านบน การทายาที่ซื้อจากร้านขายยาเบื้องต้นก่อนก็สามารถทำได้ ตัวยาที่มักใช้รักษาเชื้อรา กลาก เกลื้อน คือ Clotrimazole ซึ่งหาซื้อง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ยกตัวอย่างยาทาในรูปแบบครีม ได้แก่
1. Canesten (คาเนสเทน)
Canesten (คาเนสเทน): ยี่ห้อที่โด่งดังที่สุด มีตั้งแต่ยาเม็ดสอดสำหรับผู้หญิงที่เป็นตกขาวมากๆ และยาทาบรรเทาอาการคันในร่มผ้า
- ราคาโดยประมาณ: 100 – 180 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด 10g หรือ 20g)

2. Clotrimazole (โคลไทรมาโซล)
เป็นยาที่มีตัวยาสำคัญ Clotrimazole 1% เท่ากับแบรนด์ดัง แต่ราคาประหยัดกว่ามาก มักวางจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป ผลิตโดยหลายบริษัท เช่น องค์การเภสัชกรรม (GPO), T.O. Chemicals หรือ Greater Pharma
- ราคาโดยประมาณ: 25 – 55 บาท (ขนาดหลอด 5g – 15g)

คลิกสั่งซื้อได้ที่ SHOPEE
บรรณานุกรม (References)
- MIMS Thailand. Clotrimazole: Indications, dosage, and brand names in Thailand. mims.com
- Healthline. Clotrimazole Topical: Side Effects, Dosage, and Uses. healthline.com
- WebMD. Clotrimazole Cream – Uses, Side Effects, and More. webmd.com
- คลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ยารักษาโรคเชื้อราที่ผิวหนัง. pharmacy.mahidol.ac.th
อาการคันจากเชื้อรา กลาก เกลื้อน เกิดได้จากการสัมผัส ดิน หญ้า และสัตว์ ซึ่งมีโอกาสเป็นได้ในทุกคน วิธีการป้องกันคือ ซักเสื้อผ้าให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง หมั่นซักผ้าเช็ดตัวตากไม่ให้อับชื้นและขึ้นรา รวมถึงแยกโซนอยู่อาศัยระหว่างสัตว์เลี้ยงและคน ไม่ปะปนของใช้ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง เพื่อให้การจัดการความสะอาดเป็นเรื่องง่าย
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง




ใส่ความเห็น