10 ไม้เทนนิส ยี่ห้อไหนดี? สำหรับนักกีฬา และมืออาชีพ

กลับมาสู่กีฬาแร็กเกตที่ต้องใช้ทั้งพละกำลังและความนิ่งอย่าง “เทนนิส”  การเลือกไม้เทนนิสระดับมืออาชีพ (Performance Racquets) จะต่างจากไม้หัดเล่นทั่วไปตรงที่ “น้ำหนัก” จะค่อนข้างมากเพื่อให้ลูกพุ่งแรง และ “หน้าไม้” ที่เล็กลงเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ บทความนี้แนะนำ 5 ไม้เทนนิสระดับท็อป ที่นักกีฬามือโปรและมือวางอันดับโลกเลือกใช้ในปี 2026

5 ไม้เทนนิสระดับมืออาชีพ (Pro-Stock Selection)

1. ไม้เทนนิส Wilson Pro Staff 97 V14

ไม้เทนนิส Wilson Pro Staff 97 V14

ไม้คู่ใจของตำนานและนักกีฬาสาย Precision ทั่วโลก

  • จุดเด่น: ให้ความรู้สึก (Feel) ที่แน่นและนิ่งมากที่สุดรุ่นหนึ่ง หน้าไม้ขนาด 97 ตารางนิ้ว ช่วยให้คอนโทรลทิศทางลูกได้แม่นยำดั่งจับวาง
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสายบุก (Attacker) ที่ชอบตีลูกแบบ Flat และต้องการความแม่นยำสูง
  • ราคา 10,490 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่ LAZADA

2. ไม้เทนนิส Babolat Pure Aero (The Spin Machine)

ไม้เทนนิส Babolat Pure Aero (The Spin Machine)

ถ้าพูดถึง “Carlos Alcaraz” หรือ “Rafael Nadal” ต้องรุ่นนี้เลย

  • จุดเด่น: ออกแบบเฟรมให้ลู่ลม (Aerodynamic) ช่วยให้สวิงไม้ได้เร็วมากเพื่อสร้าง Top Spin มหาศาล ลูกจะกระดอนสูงและรับยาก
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสาย Baseline ที่ชอบปั่นลูกให้หมุนจัดและเน้นเกมบุกจากท้ายคอร์ท
  • ราคา 5,300 บาท LAZADA

3. ไม้เทนนิส Yonex EZONE 98

ไม้เทนนิส Yonex EZONE 98

ไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความสบาย” และ “พลัง” ที่สมดุลกันอย่างลงตัว

  • จุดเด่น: เทคโนโลยี Isometric (หน้าไม้ทรงเหลี่ยม) ทำให้จุด Sweet Spot กว้างกว่าไม้ทรงกลมทั่วไป ช่วยให้ตีโดนเต็มหน้าไม้ได้ง่ายแม้ในจังหวะที่รีบ
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่น All-around ที่ต้องการไม้ที่ตีง่าย พลังเยอะ แต่ยังคุมลูกได้ดี
  • ราคา 3,060 บาท LAZADA

4. ไม้เทนนิส Head Prestige Pro

ไม้เทนนิส Head Prestige Pro

ไม้สำหรับ “จอมเทคนิค” ที่ต้องการความคลาสสิกขั้นสุด

  • จุดเด่น: เฟรมมีความบางและยืดหยุ่นสูง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเวลาลูกกระทบหน้าไม้ เป็นไม้ที่เน้น Control 100%
  • เหมาะสำหรับ: มือโปรที่มีวงสวิงยาวและแรงข้อมือดีเยี่ยม ต้องการไม้ที่ไม่กระด้าง
  • ราคา 8,640 บาท LAZADA

5. ไม้เทนนิส Wilson Blade 98 (V9)

ไม้เทนนิส Wilson Blade 98 (V9)

ไม้ที่มียอดผู้ใช้งานในทัวร์ ATP/WTA มากที่สุดรุ่นหนึ่ง

  • จุดเด่น: โดดเด่นเรื่องการเชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างมือกับลูก (Feel & Connection) เป็นไม้ที่ “นิ่ง” มากเวลาสวนลูกหนักๆ กลับไป
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นยุคใหม่ที่ต้องการไม้ที่ใช้งานได้ครอบคลุม ทั้งเกมบุก เกมรับ และการขึ้นวอลเลย์หน้าเน็ต
  • ราคา 11,990 บาท LAZADA

ไม้เทนนิสระดับมืออาชีพ (Pro-Stock Selection)

6. ไม้เทนนิส Wilson Pro Staff 97 V14

ไม้เทนนิส Wilson Pro Staff 97 V14

ไม้คู่ใจของตำนานและนักกีฬาสาย Precision ทั่วโลก

  • จุดเด่น: ให้ความรู้สึก (Feel) ที่แน่นและนิ่งมากที่สุดรุ่นหนึ่ง หน้าไม้ขนาด 97 ตารางนิ้ว ช่วยให้คอนโทรลทิศทางลูกได้แม่นยำดั่งจับวาง
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสายบุก (Attacker) ที่ชอบตีลูกแบบ Flat และต้องการความแม่นยำสูง
  • ราคา 9,990 บาท LAZADA

7. ไม้เทนนิส Babolat Pure Aero (The Spin Machine)

ไม้เทนนิส Babolat Pure Aero (The Spin Machine)

ถ้าพูดถึง “Carlos Alcaraz” หรือ “Rafael Nadal” ต้องรุ่นนี้เลย

  • จุดเด่น: ออกแบบเฟรมให้ลู่ลม (Aerodynamic) ช่วยให้สวิงไม้ได้เร็วมากเพื่อสร้าง Top Spin มหาศาล ลูกจะกระดอนสูงและรับยาก
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสาย Baseline ที่ชอบปั่นลูกให้หมุนจัดและเน้นเกมบุกจากท้ายคอร์ท
  • ราคา 5,300 บาท LAZADA

8. ไม้เทนนิส Yonex EZONE 98

ไม้เทนนิส Yonex EZONE 98

ไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความสบาย” และ “พลัง” ที่สมดุลกันอย่างลงตัว

  • จุดเด่น: เทคโนโลยี Isometric (หน้าไม้ทรงเหลี่ยม) ทำให้จุด Sweet Spot กว้างกว่าไม้ทรงกลมทั่วไป ช่วยให้ตีโดนเต็มหน้าไม้ได้ง่ายแม้ในจังหวะที่รีบ
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่น All-around ที่ต้องการไม้ที่ตีง่าย พลังเยอะ แต่ยังคุมลูกได้ดี
  • ราคา 3,300 บาท LAZADA

9. ไม้เทนนิส Head Prestige Pro

ไม้เทนนิส Head Prestige Pro

ไม้สำหรับ “จอมเทคนิค” ที่ต้องการความคลาสสิกขั้นสุด

  • จุดเด่น: เฟรมมีความบางและยืดหยุ่นสูง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลเวลาลูกกระทบหน้าไม้ เป็นไม้ที่เน้น Control 100%
  • เหมาะสำหรับ: มือโปรที่มีวงสวิงยาวและแรงข้อมือดีเยี่ยม ต้องการไม้ที่ไม่กระด้าง
  • ราคา 8,640 บาท LAZADA

10. ไม้เทนนิส Wilson Blade 98 (V9)

ไม้เทนนิส Wilson Blade 98 (V9)

ไม้ที่มียอดผู้ใช้งานในทัวร์ ATP/WTA มากที่สุดรุ่นหนึ่ง

  • จุดเด่น: โดดเด่นเรื่องการเชื่อมต่อความรู้สึกระหว่างมือกับลูก (Feel & Connection) เป็นไม้ที่ “นิ่ง” มากเวลาสวนลูกหนักๆ กลับไป
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นยุคใหม่ที่ต้องการไม้ที่ใช้งานได้ครอบคลุม ทั้งเกมบุก เกมรับ และการขึ้นวอลเลย์หน้าเน็ต
  • ราคา 4,790 บาท LAZADA

ข้อควรรู้ก่อนเลือกไม้ระดับ Pro

  1. น้ำหนัก (Weight): ไม้โปรส่วนใหญ่จะหนัก 300 กรัมขึ้นไป (ไม่รวมเอ็น) เพื่อความเสถียรเวลาปะทะลูกแรงๆ ถ้าเบากว่านี้ไม้จะสั่นเวลาเจอคู่ต่อสู้ที่ตีหนัก
  2. Pattern เอ็น: * 16×19 (Open): ช่วยเรื่องการปั่น Spin และพลัง
    • 18×20 (Closed): ช่วยเรื่องการควบคุมและความทนทานของเอ็น
  3. ความแข็งของเฟรม (Stiffness): ไม้แข็งจะให้พลังสูง (Power) ส่วนไม้อ่อนจะให้การควบคุมและความนุ่มนวล (Control/Comfort)

AI Tips: สำหรับมือใหม่ที่อยากขยับมาใช้ไม้เกรดโปร ผมแนะนำ Yonex EZONE 98 หรือ Wilson Blade 98 เพราะเป็นไม้ที่เข้าถึงง่าย ไม่กินแรงจนเกินไป และให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในระยะยาวค

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ