สีอุจจาระ บอกอะไรบ้าง

สีอุจจาระ บอกอะไรบ้าง

การสังเกต “สีอุจจาระ” อาจฟังดูเป็นเรื่องน่าหยิบหย่ง แต่ในทางการแพทย์ นี่คือวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการเช็ก สุขภาพระบบทางเดินอาหาร และการทำงานของตับ ไต รวมถึงลำไส้ บทความนี้จะช่วยคุณถอดรหัสว่า สีอุจจาระแต่ละสีบอกอะไร และสีไหนคือสัญญาณที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีครับ

ชาร์ตสีอุจจาระ: สีไหนปกติ สีไหนอันตราย?

6 ชาร์ตสีอุจจาระ: สีไหนปกติ สีไหนอันตราย?

1. สีน้ำตาล (Brown) – “ยินดีด้วย คุณปกติ!”

สีน้ำตาลเกิดจากกระบวนการย่อยอาหารที่ผสมกับ น้ำดี (Bile) จากตับ ยิ่งน้ำดีผ่านกระบวนการย่อยในลำไส้นานเท่าไหร่ อุจจาระก็จะมีสีน้ำตาลเข้มขึ้นเท่านั้น

  • ความหมาย: ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ

2. สีเขียว (Green) – “ผักเยอะ หรือทางผ่านเร็ว”

  • สาเหตุ: อาจเกิดจากการกินผักใบเขียวปริมาณมาก หรือทานอาหารที่มีสีผสมอาหารสีเขียว
  • ความหมายทางสุขภาพ: อาจเกิดจาก อาหารผ่านลำไส้เร็วเกินไป (Diarrhea) ทำให้น้ำดีซึ่งมีสีเขียวตามธรรมชาติยังไม่ทันถูกย่อยจนกลายเป็นสีน้ำตาล

3. สีเหลือง (Yellow) – “มันและเหม็นผิดปกติ”

หากอุจจาระเป็นสีเหลือง มีความมันวาว และมีกลิ่นเหม็นรุนแรงกว่าปกติ

  • ความหมาย: ร่างกายอาจมีปัญหาในการ ดูดซึมไขมัน (Malabsorption) หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อน หรือการติดเชื้อในลำไส้เล็ก

4. สีขาวหรือเทาซีด (Pale/White/Clay)

นี่คือหนึ่งในสีที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  • ความหมาย: ร่างกายกำลัง ขาดน้ำดี ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตันของท่อน้ำดี หรือโรคตับ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี หรือตับอักเสบ หากอุจจาระมีสีซีดเหมือนดินพอกหน้าติดต่อกัน ควรพบแพทย์ทันที

5. สีแดง (Red) – “เลือดสดหรือแค่บีทรูท?”

  • สาเหตุที่ไม่อันตราย: กินบีทรูท แก้วมังกรสีแดง หรืออาหารใส่สีแดง
  • สาเหตุที่ควรระวัง: หากมีเลือดปนมากับอุจจาระ อาจเป็นสัญญาณของ ริดสีดวงทวาร หรือหากเลือดผสมอยู่ในเนื้ออุจจาระ อาจหมายถึงการมีบาดแผลในลำไส้ใหญ่

6. สีดำ (Black) – “อันตรายหรือแค่ยาบำรุง?”

  • สาเหตุที่ไม่อันตราย: การทานยาเสริมธาตุเหล็ก, ยาแก้ท้องเสียบางชนิด หรือกินอาหารสีดำ เช่น ชะเอมดำ, บลูเบอร์รี่
  • ความหมายที่ต้องระวัง: หากอุจจาระสีดำสนิท เหนียว และมีกลิ่นคาวคล้ายยางมะตอย (Melena) มักเป็นสัญญาณของ เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน เช่น กระเพาะอาหาร

ทำไมเราถึง “ต้อง” สังเกตอุจจาระ?

การสังเกตอุจจาระไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ แต่คือการ “ตรวจสุขภาพด้วยตนเอง” (Self-Monitoring) ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยเหตุผลดังนี้:

1. เช็กความสมดุลของสารอาหาร

อุจจาระบอกได้ว่าคุณทานกากใย (Fiber) เพียงพอหรือไม่ หรือดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือเปล่า หากอุจจาระแข็งเป็นเม็ดกระสุน นั่นคือสัญญาณว่าคุณต้องปรับพฤติกรรมการกินทันที

2. สังเกตการทำงานของระบบย่อยและตับ

สีของอุจจาระสะท้อนถึงการทำงานของ น้ำดี หากสีเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นสีขาวซีด อาจหมายถึงท่อน้ำดีอุดตัน หรือถ้ามีความมันวาวมาก อาจแปลว่าตับอ่อนกำลังมีปัญหาในการย่อยไขมัน

3. ด่านหน้าในการตรวจหา “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

หนึ่งในสัญญาณแรกๆ ของมะเร็งลำไส้ใหญ่คือ นิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือขนาดของลำอุจจาระที่เล็กลงเท่าแท่งดินสอ รวมถึงการมีเลือดปน ซึ่งการสังเกตแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้รักษาได้ทันเวลา

4. ตรวจสอบอาการติดเชื้อและการอักเสบ

ลักษณะของมูกที่ปนมา หรือความเหลวเป็นน้ำ สามารถบอกได้ว่าลำไส้ของคุณกำลังติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือมีการอักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือไม่

อุจจาระไม่ใช่แค่ของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ แต่เป็น “กระจกเงา” ที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นภายในช่องท้องของคุณ การฝึกสังเกตวันละนิดจะช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองดีขึ้น และรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนจะบานปลาย

บรรณานุกรม (References)

  • Mayo Clinic. (2023). Stool color: When to worry.
  • WebMD. (2022). What Your Poop Can Tell You About Your Health.
  • สมาคมโรคทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย. (2565). การสังเกตพฤติกรรมการขับถ่ายและมะเร็งลำไส้.
  • Cleveland Clinic. (2024). Bristol Stool Chart: Types of Poop.

Read More :

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ