เคยสงสัยไหมว่าทำไมน้ำมูกถึงเปลี่ยนสี? แม้การดูสีน้ำมูกจะไม่ใช่การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ 100% แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัย” จากระบบภูมิคุ้มกันที่บอกให้เรารู้ว่าร่างกายกำลังรับมือกับอะไรอยู่บทความนี้จะพาคุณไปเช็กสุขภาพผ่านสีน้ำมูก เพื่อให้รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรพัก และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์
น้ำมูกเกิดจากอะไร?
น้ำมูก (Mucus) ไม่ใช่สิ่งสกปรกที่จู่ๆ ก็โผล่มา แต่มันถูกสร้างขึ้นโดย เยื่อบุโพรงจมูก (Mucous Membrane) ซึ่งมีต่อมสร้างน้ำเมือกกระจายอยู่ทั่วไป โดยองค์ประกอบหลักของน้ำมูกมีดังนี้:
- น้ำ (Water): ประมาณ 95% ทำให้น้ำมูกมีความเหลว
- มิวซิน (Mucin): โปรตีนที่ทำให้น้ำมูกมีความเหนียวและยืดหยุ่น
- แอนติบอดีและเอนไซม์: เช่น Lysozyme ที่ช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรียและไวรัส
- เซลล์เม็ดเลือดขาว: ทำหน้าที่เป็นกองทัพปกป้องร่างกาย
6 สีของน้ำมูก ที่ควรรู้ เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

1. น้ำมูกสีใส (Clear)
โดยปกติแล้วน้ำมูกจะมีสีใสและลื่น ประกอบด้วยน้ำ โปรตีน และแอนติบอดี
- ความหมาย: ร่างกายปกติ หรืออาจเกิดจาก โรคภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) * ข้อควรระวัง: หากมีน้ำมูกใสไหลจิกๆ พร้อมอาการจามหรือคันตา มักเกิดจากฝุ่นหรือเกสรดอกไม้
2. น้ำมูกสีขาวขุ่น (White)
น้ำมูกเริ่มหนืดและมีสีขาวขุ่น ไม่ใสเหมือนเดิม
- ความหมาย: เนื้อเยื่อในจมูกเริ่มอักเสบหรือบวม ทำให้น้ำมูกไหลช้าลงและสูญเสียความชุ่มชื้น
- ข้อควรระวัง: มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ไข้หวัด (Common Cold) หรือการติดเชื้อในระยะแรก
3. น้ำมูกสีเหลือง (Yellow)
เมื่อน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มหรืออ่อน
- ความหมาย: ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBC) กำลังทำงานอย่างหนักและถูกขับออกมาพร้อมน้ำมูก
- คำแนะนำ: ควรดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อน หากเป็นนานเกิน 7-10 วัน อาจพัฒนาไปสู่ไซนัสอักเสบได้
4. น้ำมูกสีเขียว (Green)
น้ำมูกมีความข้นเหนียวและมีสีเขียวชัดเจน
- ความหมาย: ระบบภูมิคุ้มกันจัดเต็มกำลัง เซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากที่ตายจากการทำลายเชื้อโรคทำให้น้ำมูกมีสีเขียว
- ข้อควรระวัง: หากมีอาการปวดโหนกแก้ม หรือมีไข้ร่วมด้วย อาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือ ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)
5. น้ำมูกสีแดงหรือมีเลือดปน (Pink/Red)
- ความหมาย: เนื้อเยื่อในจมูกได้รับบาดเจ็บหรือแห้งแตกจนเส้นเลือดฝอยแตก
- สาเหตุ: อาจเกิดจากการสั่งน้ำมูกแรงเกินไป อากาศแห้งมาก หรือแคะจมูก
6. น้ำมูกสีน้ำตาลหรือดำ (Brown/Black)
- ความหมาย: สีน้ำตาลมักเกิดจากเลือดเก่าที่ค้างอยู่ หรือการสูดดมฝุ่นควันและมลพิษ
- ข้อควรระวัง: หากไม่ได้สูบบุหรี่หรืออยู่ในที่ฝุ่นเยอะ แต่น้ำมูกมีสีดำ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ เชื้อรา (Fungal Infection) ซึ่งพบได้น้อยแต่รุนแรง
| สีน้ำมูก | ความหมายโดยนัย | ระดับความกังวล |
| ใส | ปกติ / ภูมิแพ้ | ต่ำ |
| ขาวขุ่น | เริ่มเป็นหวัด | ต่ำ – กลาง |
| เหลือง | กำลังสู้กับเชื้อโรค | กลาง |
| เขียว | ติดเชื้อรุนแรง / ไซนัส | สูง (หากมีไข้) |
| แดง | จมูกอักเสบ / บาดเจ็บ | กลาง |
ทำไมเราถึงต้องมีน้ำมูก? (4 หน้าที่สำคัญ)
หากร่างกายไม่มีน้ำมูก ปอดและระบบทางเดินหายใจของเราจะพังอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่น้ำมูกมีความสำคัญอย่างยิ่ง:
1. เป็น “กาวดักฝุ่น” ชั้นดี
ในแต่ละวันเราหายใจเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปมากมาย ทั้งฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ และควันพิษ น้ำมูกที่มีความเหนียวจะทำหน้าที่เป็น “กับดัก” ดักจับสิ่งเหล่านี้ไม่ให้หลุดเข้าไปถึงปอด
2. ด่านหน้าฆ่าเชื้อโรค
น้ำมูกมีสารโปรตีนและเอนไซม์ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อมีไวรัสหรือแบคทีเรียหลุดเข้ามา น้ำมูกจะเข้าโอบล้อมและทำลายเชื้อโรคเหล่านั้นทันที
3. เครื่องปรับอากาศส่วนตัว
ปอดของเราชอบอากาศที่อุ่นและชื้น แตอากาศภายนอกอาจจะแห้งหรือเย็นเกินไป น้ำมูกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับอุณหภูมิของอากาศที่คุณหายใจเข้าไป ให้เหมาะสมกับร่างกายก่อนจะส่งต่อไปยังปอด
4. หล่อลื่นเยื่อบุจมูก
ถ้าไม่มีน้ำมูก เยื่อบุจมูกจะแห้ง ตึง และเกิดแผลได้ง่าย น้ำมูกจึงช่วยเคลือบผิวสัมผัสข้างในให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ทำไมเวลาเป็นหวัด น้ำมูกถึงเยอะกว่าปกติ?
เมื่อร่างกายตรวจพบสิ่งแปลกปลอมที่รุนแรง เช่น ไวรัสไข้หวัด หรือสารก่อภูมิแพ้ ร่างกายจะสั่งการให้ผลิตน้ำมูกออกมา “ปริมาณมาก” เพื่อเป้าหมายเดียวคือ: ชะล้าง (Flush) สิ่งเหล่านั้นให้ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด นั่นเอง
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?
สีน้ำมูกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าต้องกินยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) หรือไม่ แต่คุณควรปรึกษาแพทย์หาก:
- น้ำมูกสีเขียว/เหลืองนานเกิน 10 วัน
- มีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน
- ปวดใบหน้า หรือปวดฟันอย่างรุนแรง
- มีกลิ่นเหม็นในจมูก
น้ำมูกคือระบบป้องกันภัยอัจฉริยะที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อกรองอากาศและฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นการมีน้ำมูกใสๆ ในปริมาณที่พอเหมาะจึงเป็นสัญญาณของสุขภาพจมูกที่ดี แต่ถ้าเริ่มเปลี่ยนสีหรือข้นเหนียวจนหายใจไม่ออก นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังทำงานหนักเพื่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่
บรรณานุกรม (References)
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (2566). สีน้ำมูกบอกอะไรเราได้บ้าง. สืบค้นจากเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล.
- Cleveland Clinic. (2023). What the Color of Your Snot Can Tell You About Your Health. Retrieved from Cleveland Clinic Health Essentials.
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (2022). Common Cold: Symptoms and Causes.
- Harvard Medical School. (2021). Don’t judge your mucus by its color. Harvard Health Publishing.
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง :
- ยาฆ่าเชื้อ Amoxicillin กินยังไง? สรุปวิธีใช้ ข้อควรระวัง และกินติดต่อกันกี่วัน
- รู้จัก “พาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza)” ไอหนัก พาหลอดลมอักเสบ เด็กติดง่าย
- ยาพ่นจมูก Avamys คืออะไร เด็กและผู้ใหญ่ใช้เหมือนกันไหม?
- 5 ยาลดน้ำมูกสำหรับเด็ก สูตรไม่ง่วงนอน มียี่ห้อไหนบ้าง
- รู้จักยาซิงกูแรร์ (singulair) คือยาอะไร? สรรพคุณช่วยเรื่องอะไร?





ใส่ความเห็น