หากลูกของคุณมีแววเป็นนักกีฬาแบตมินตัน คุณพ่อคุณแม่ควรเลือก “ไม้แบตมินตัน” เทพๆ เป็นของขวัญวันเกิด หรือของขวัญพิเศษให้น้องได้ฝึกสำหรับการแข่งขัน เพราะไม้แบตมินตันดีๆ คือการหาอาวุธที่เข้ากับสไตล์การเล่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสายตบหนัก (Power), สายควบคุม (Control) หรือสายความเร็ว (Speed) บทความนี้ Shop-dek.com คัดมาให้แล้วกับ 10 ไม้แบดมินตันยอดฮิตที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้ในปี 2026 พร้อมเจาะลึกจุดเด่นเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
10 ไม้แบดมินตันระดับท็อปสำหรับมืออาชีพ
1. Yonex Astrox 88D Pro (3rd Gen)

ตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับ “ผู้เล่นแดนหลัง” สายตบหนัก พัฒนามาเพื่อเพิ่มพลังการทำลายล้างและการยึดเกาะลูกให้นานขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ควบคุมทิศทางได้แม่นยำ
- เหมาะสำหรับ: สายบุกเต็มตัว, การเล่นประเภทคู่แดนหลัง
- ราคา 10,300 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
2. Yonex Astrox 100 ZZ

ไม้ระดับตำนานที่ยังคงความนิยมสูงสุด ด้วยก้านที่เรียวเล็กและแข็งเป็นพิเศษ (Extra Stiff) ช่วยให้ลูกตบมีความคมและรวดเร็วแบบจิกลงพื้น
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นที่ต้องการความแม่นยำสูงและมีแรงข้อมือที่ดี
- ราคา 980 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
3. Victor Thruster Ryuga II

ไม้คู่ใจของ “Lee Zii Jia” โดดเด่นด้วยพลังการตบที่หนักหน่วง (Head Heavy) และเทคโนโลยี WES 2.0 ที่ช่วยให้ก้านคืนตัวได้เร็วขึ้น
- เหมาะสำหรับ: สาย Power ที่เน้นเกมบุกเป็นชีวิตจิตใจ
- ราคา 5,500 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
4. Li-Ning Tectonic 9

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเฟรมยืดหยุ่นพิเศษที่ช่วยซับแรงกระแทกและดีดตัวได้ดีมาก เป็นไม้ที่ให้พลังตบที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นที่ชอบไม้ก้านสปริงดีๆ และเน้นเกมบุกที่หลากหลาย
- ราคา 2,400 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
5. Yonex Nanoflare 1000 Z

ที่สุดของ “สายสปีด” เป็นเจ้าของสถิติความเร็วลูกตบที่เร็วที่สุดในโลก เฟรมถูกออกแบบมาให้ลู่ลม ลดแรงต้านอากาศได้มหาศาล
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสายความเร็ว, การดาดลูก, และการสวนกลับที่รวดเร็ว
- ราคา 2,309 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
6. Victor Drive 10 Metallic

ไม้สาย Hybrid ที่นำเทคโนโลยี Metallic Carbon เข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกในการสัมผัสลูก ทำให้การคอนโทรลทำได้ถึงขีดสุด
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสายวางลูก และต้องการความนิ่งของหน้าไม้
- ราคา 6,XXX บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
7. Li-Ning Axforce 100

ไม้สายบุกระดับเรือธงของ Li-Ning ที่เน้นการถ่ายเทน้ำหนักไปที่หัวไม้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Head Heavy) เพื่อแรงส่งสูงสุด
- เหมาะสำหรับ: มืออาชีพที่ต้องการ “ไม้โหด” สำหรับจบแต้ม
- ราคา 7,590 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
8. Yonex Arcsaber 11 Pro

ไม้ระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่อง “Control” ที่ดีที่สุดในโลก หน้าไม้จะมีความนิ่งและอมลูกนานกว่าปกติ ทำให้สั่งการได้ดั่งใจ
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นสายเทคนิค และผู้เล่นประเภทเดี่ยวที่เน้นความชัวร์
- ราคา 1,890 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
9. Mizuno Fortius 11 Power

แบรนด์ญี่ปุ่นที่งานประกอบเนี๊ยบที่สุด รุ่นนี้เน้นไปที่การสร้างแรงบิดที่น้อยลง ทำให้หน้าไม้เสถียรมากเวลาตบลูกแรงๆ
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่นที่ต้องการไม้คุณภาพสูงและความรู้สึกพรีเมียม
- ราคา 8,690 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
10. Li-Ning Halbertec 8000

ไม้สายสมดุล (Even Balance) ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก เหมาะกับคนที่เล่นได้ทุกตำแหน่ง
- เหมาะสำหรับ: ผู้เล่น All-around ที่ต้องการความคล่องตัวแต่ยังตบได้ดี
- ราคา 1,890 บาท สั่งซื้อราคาพิเศษได้ที่ SHOPEE | LAZADA
วิธีเลือกไม้แบดมืออาชีพให้เหมาะกับคุณ
- น้ำหนัก (Weight): ส่วนใหญ่มืออาชีพจะใช้ 3U (หนัก) เพื่อพลัง หรือ 4U (กลาง) เพื่อความคล่องตัว
- จุดสมดุล (Balance Point): * Head Heavy: สำหรับสายตบ
- Head Light: สำหรับสายรับ/สปีด
- Even Balance: สำหรับสายสมดุล
- ความแข็งของก้าน (Shaft Stiffness): มืออาชีพมักเลือกก้าน Stiff (แข็ง) เพราะให้ความแม่นยำสูง แต่ต้องแลกมาด้วยการต้องใช้แรงข้อมือที่แข็งแรง
Tips: สำหรับระดับโปร การเลือก “เอ็น” และ “ความตึง (Tension)” สำคัญไม่แพ้ไม้ โดยส่วนใหญ่มืออาชีพจะขึงอยู่ที่ 26-30 lbs ขึ้นไปครับ
มาต่อกันที่หัวใจสำคัญของเกมอย่าง “ลูกขนไก่” (Shuttlecocks) ครับ สำหรับมืออาชีพหรือคนที่ใช้ไม้ระดับท็อป การเลือกใช้ลูกขนไก่ที่มีคุณภาพจะช่วยให้เราดึงสมรรถนะของไม้ออกมาได้เต็มที่ที่สุด
ในระดับมืออาชีพหรือการแข่งขันสากล จะต้องเป็น “ลูกขนไก่ขนห่าน” (Goose Feather) เท่านั้น เพราะให้วิถีที่นิ่งและมีความทนทานสูงกว่าขนเป็ดครับ
3 รุ่นลูกขนไก่ยอดฮิตระดับมืออาชีพ
1. Yonex AS-50 (Aerosensa 50)
นี่คือ “มาตรฐานทองคำ” ที่ใช้ในการแข่งขันระดับโลกอย่าง Olympic และ BWF World Tour
- จุดเด่น: วิถี (Flight) แม่นยำที่สุดในโลก ทนทานต่อแรงตบหนักๆ ได้นานกว่ารุ่นอื่น
- เหมาะสำหรับ: การแข่งขันระดับสูง หรือคนที่ต้องการสัมผัสแบบมืออาชีพจริงๆ
2. RSL Classic (Tourney No.1)
รุ่นยอดนิยมสูงสุดในไทยและเอเชีย ด้วยความคุ้มค่าระหว่างราคาและความทนทาน
- จุดเด่น: ขนเรียงตัวสวย แข็งแรง และให้ความรู้สึกที่ “แน่น” เวลาตบ
- เหมาะสำหรับ: การซ้อมทีมระดับสูง หรือการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ทั่วไป
3. Victor Master Ace
ลูกขนไก่เกรดพรีเมียมจาก Victor ที่ได้รับการรับรองจาก BWF เช่นกัน
- จุดเด่น: มีความสม่ำเสมอของน้ำหนักและวิถีลูกสูงมาก ไม่ค่อยแกว่งแม้จะผ่านการใช้งานไปสักพัก
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบฟีลลิ่งลูกที่มีความนุ่มนวลและคอนโทรลทิศทางง่าย
เกร็ดความรู้: การเลือก “Speed” ของลูกขนไก่
เวลาซื้อลูกขนไก่ คุณจะเห็นตัวเลขระบุ Speed (เช่น 76, 77 หรือ 78) ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศครับ:
| Speed | สภาพอากาศ / อุณหภูมิ | การใช้งานในไทย |
| 75 | ร้อนจัด (ลูกจะพุ่งเร็วขึ้น) | นานๆ เจอที |
| 76 | ร้อน / ความสูงระดับน้ำทะเล | ยอดนิยมที่สุดในไทย |
| 77 | อากาศปกติ / ห้องแอร์ | เหมาะสำหรับคอร์ทแอร์เย็นๆ |
| 78 | หนาว (ลูกจะอืดลง) | ใช้ในพื้นที่สูงหรือหน้าหนาวจัด |
วิธีทดสอบลูกขนไก่เบื้องต้น (แบบมือโปร)
- ดูการเรียงของขน: ขนต้องไม่มีรอยแตก ก้านขนต้องหนาและสม่ำเสมอ
- ทดสอบการหมุน: ลองหมุนหัวลูกดูว่าขนสมมาตรกันไหม
- Speed Test: ยืนที่เส้นหลังแล้วตีลูกด้วยแรงเต็มที่ในมุมเงย 45 องศา ลูกที่ดีควรตกห่างจากเส้นหลังฝั่งตรงข้ามประมาณ 0.5 – 1 เมตร
AI แนะนำ: ถ้าคุณเพิ่งเริ่มหันมาเล่นจริงจัง แนะนำให้ลอง RSL Classic ก่อนครับ เพราะหาง่ายและคุณภาพนิ่งมาก แต่ถ้าอยากลองฟีลแบบในสนามโอลิมปิก Yonex AS-50 คือที่สุดของประสบการณ์ครับ
Read More :




ใส่ความเห็น