10 บัตรสวนน้ำทั่วประเทศ มีตั๋วกระดาษและ E-Ticket ขายออนไลน์ ไม่ง้อต่อแถว

ใกล้หน้าร้อนแล้ว ใครที่จองโรงแรมใกล้สวนน้ำเอาไว้ หากไม่อยากต่อแถวหน้างาน สามารถสั่งจองตั๋ว E-Ticket หรือ E-Voucher เพื่อประหยัดเวลา ซื้อความสะดวกสบายในราคาที่คุ้มค่ากว่าด้วยโค้ดส่วนลดจาก SHOPEE  และ LAZADA ได้อีกด้วย

บทความนี้ Shop-dek.com พาเพื่อนๆ มารู้จัก 10 สวนน้ำทั่วประเทศ แล้วถ้าหากใครอยากจองตั๋วก่อน ก็มีพิกัดให้ไว้ด้วยนะ

1. บัตรสวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse (พัทยา)

บัตรสวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse (พัทยา)

สวนน้ำธีมภาพยนตร์ระดับโลกแห่งแรกของโลกที่ยังคงท็อปฟอร์มในปี 2026 ด้วยเครื่องเล่นจากหนังดังอย่าง Ghostbusters, Jumanji และ Bad Boys

  • รายละเอียด: เหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือคู่รักที่ชอบความตื่นเต้นและอยากได้รูปสวยๆ ไว้อัปโซเชียล เพราะการตกแต่งเน้นความเป็น Cinematic สูงมาก นอกจากสไลเดอร์แล้วยังมีโซน Surf Skate และฉายหนังกลางสระน้ำในช่วงเย็นอีกด้วย
  • ราคาโดยประมาณ: 990 – 1,300 บาท (โปรโมชั่นออนไลน์)
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

2. บัตรสวนน้ำ Andamanda Phuket (ภูเก็ต)

บัตรสวนน้ำ Andamanda Phuket (ภูเก็ต)

ที่สุดของอาณาจักรสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต นำเสนอความยิ่งใหญ่ผ่านสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยและเครื่องเล่นมาตรฐานโลก

  • รายละเอียด: ไฮไลต์คือสระน้ำคลื่นเทียมที่ใหญ่ระดับต้นๆ ของเอเชีย และสไลเดอร์ที่ท้าทายแรงโน้มถ่วงหลายระดับ ดีลในแอปมักมาในรูปแบบ “All Day Pass” ที่รวมผ้าเช็ดตัวหรือล็อกเกอร์มาให้แล้ว สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ
  • ราคาโดยประมาณ: 1,100 – 1,500 บาท
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

3. บัตรสวนน้ำ Vana Nava Water Jungle (หัวหิน)

บัตรสวนน้ำ Vana Nava Water Jungle (หัวหิน)

สวนน้ำในสไตล์ “วอเตอร์ จังเกิ้ล” แห่งแรกของเอเชียที่โดดเด่นเรื่องการผสมผสานต้นไม้ขนาดใหญ่เข้ากับเครื่องเล่นล้ำสมัย

  • รายละเอียด: จุดเด่นคือ “Abyss” สไลเดอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่เป็นแลนด์มาร์ค และการบริการที่เป็นเลิศ การซื้อบัตรผ่านแอปมักมีแพ็กเกจรวมอาหารบุฟเฟต์หรือเครดิตเงินสดสำหรับใช้ภายในสวนน้ำ ซึ่งคุ้มค่ากว่าซื้อแยกหน้างานมาก
  • ราคาโดยประมาณ: 850 – 1,100 บาท
  • พิกัดช้อป:  SHOPEE | LAZADA

4. บัตรสวนน้ำ Ramayana Water Park (พัทยา)

บัตรสวนน้ำ Ramayana Water Park (พัทยา)

สวนน้ำที่ครองอันดับ 1 ในไทยและติดอันดับต้นๆ ของโลกในหลายโพลล์ ด้วยระบบกรองน้ำคุณภาพเทียบเท่าดื่มได้และการออกแบบที่ใส่ใจความปลอดภัย

  • รายละเอียด: เน้นพื้นที่กว้างขวาง ไม่แออัด เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเล่นเครื่องเล่นแบบจริงจังและพักผ่อนในบรรยากาศขุนเขา ดีลออนไลน์รุ่นปี 2026 มักมาพร้อมสิทธิ์ Fast Pass ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเทศกาล
  • ราคาโดยประมาณ: 800 – 1,100 บาท
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

5. บัตรสวนน้ำ Siam Amazing Park (สยามอะเมซิ่งพาร์ค – กรุงเทพฯ)

บัตรสวนน้ำ Siam Amazing Park (สยามอะเมซิ่งพาร์ค - กรุงเทพฯ)

ตำนาน “ทะเลกรุงเทพฯ” ที่ผ่านการรีโนเวทครั้งใหญ่ในปี 2026 เพื่อตอบโจทย์วัยทำงานและครอบครัวรุ่นใหม่มากขึ้น

  • รายละเอียด: นอกจากทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก (รับรองโดย Guinness World Records) แล้ว ตอนนี้ยังมีโซนที่เน้นความทันสมัยมากขึ้น การซื้อบัตร “Combo Pass” ในแอปจะทำให้คุณเล่นได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกในราคาที่ประหยัดสุดๆ
  • ราคาโดยประมาณ: 450 – 750 บาท (บัตรเหมา)
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

6. บัตรสวนน้ำ Pororo Aqua Park (กรุงเทพฯ – เซ็นทรัลบางนา)

บัตรสวนน้ำ Pororo Aqua Park (กรุงเทพฯ - เซ็นทรัลบางนา)

สวนน้ำลอยฟ้าที่ตอบโจทย์มนุษย์คอนโดหรือคนกรุงเทพฯ ที่ไม่อยากขับรถไกลถึงพัทยาหรือหัวหิน

  • รายละเอียด: แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่าต่างจังหวัด แต่ความสูงบนดาดฟ้าชั้น 6 ทำให้ได้ฟีลที่ตื่นเต้นไปอีกแบบ เครื่องเล่นมีความปลอดภัยสูงและดูแลทั่วถึง ดีลใน Shopee/Lazada มักถูกกว่าราคาหน้าเว็บทางการและใช้โค้ดลดเพิ่มได้อีก
  • ราคาโดยประมาณ: 280 – 400 บาท
  • พิกัดช้อป: Shopee | Lazada

7. บัตรสวนน้ำ Splash Jungle (ภูเก็ต – หาดไม้ขาว)

บัตรสวนน้ำ Splash Jungle (ภูเก็ต - หาดไม้ขาว)

สวนน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้สนามบินภูเก็ต เหมาะมากสำหรับทริปสั้นๆ หรือแวะเล่นก่อนบินกลับกรุงเทพฯ

  • รายละเอียด: เน้นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวกว่าสวนน้ำใหญ่ๆ ในเมือง มี Lazy River ที่ยาวมากให้ลอยคอพักผ่อนหย่อนใจ ดีลบัตรสวนน้ำนี้มักจะมีราคาสุดพิเศษสำหรับบัตร “Early Bird” ที่ซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
  • ราคาโดยประมาณ: 600 – 900 บาท
  • พิกัดช้อป:  Traveloka | LAZADA

8. บัตรสวนน้ำ Scenical World (เขาใหญ่)

บัตรสวนน้ำ Scenical World (เขาใหญ่)

เปลี่ยนบรรยากาศจากลมทะเลมาเป็นรับลมหนาวกลางขุนเขาเขาใหญ่ เป็นสวนน้ำที่มีพื้นที่สวยงามและเครื่องเล่นแปลกตา

  • รายละเอียด: แบ่งโซนได้ชัดเจนทั้งสวนน้ำ (Splash) และสวนสนุก (Life) การซื้อบัตรผ่านช่องทางออนไลน์มักจะเป็นบัตรแบบรวมสองโซนในราคาที่ถูกกว่าไปลุ้นโปรโมชั่นหน้างาน เหมาะสำหรับทริปบริษัทหรือเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนร่วมงาน
  • ราคาโดยประมาณ: 650 – 850 บาท
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

9. บัตรสวนน้ำ Black Mountain Water Park (หัวหิน)

บัตรสวนน้ำ Black Mountain Water Park (หัวหิน)
บัตรสวนน้ำ Black Mountain Water Park (หัวหิน)

สวนน้ำที่เน้นความเรียบง่าย สะอาด และบรรยากาศที่เป็นมิตร พร้อมความตื่นเต้นที่ไม่น้อยหน้าใคร

  • รายละเอียด: โดดเด่นเรื่องระบบความปลอดภัยและไลฟ์การ์ดที่ดูแลอย่างใกล้ชิด มีหอคอยสไลเดอร์ 9 แบบที่ท้าทายต่างกันไป ดีลบัตรออนไลน์ที่นี่มักจะเป็น E-Voucher ที่ส่งเข้าเมลหรือแอปทันที สะดวกสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวแบบปุบปับ
  • ราคาโดยประมาณ: 400 – 600 บาท
  • พิกัดช้อป: SHOPEE | LAZADA

10. บัตรสวนน้ำ Blue Tree Phuket (ภูเก็ต)

บัตรสวนน้ำ Blue Tree Phuket (ภูเก็ต)
บัตรสวนน้ำ Blue Tree Phuket (ภูเก็ต)

สวนน้ำในรูปแบบแลากูนขนาดมหึมาที่เน้นกิจกรรม “Lifestyle Water Park” มากกว่าแค่สไลเดอร์เพียงอย่างเดียว

  • รายละเอียด: มีกิจกรรมอย่าง Cliff Jumping, Zipline ข้ามน้ำ และร้านอาหารพรีเมียมรอบๆ ลากูน เหมาะสำหรับวัยทำงานที่อยากไปนั่งพักผ่อนริมน้ำสลับกับเล่นกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม บัตรออนไลน์มักแบ่งตามโซนกิจกรรมที่คุณเลือกเล่นได้เอง
  • ราคาโดยประมาณ: 500 – 900 บาท
  • พิกัดช้อป: KLOOK | LAZADA

เทคนิคการช้อปบัตรสวนน้ำให้คุ้มที่สุดในปี 2026

  1. Check the Date: ตรวจสอบวันหมดอายุของ E-Voucher เสมอ ส่วนใหญ่จะใช้ได้ 3-6 เดือน
  2. Flash Sale: กดติดตามร้านค้าทางการของสวนน้ำไว้ ช่วงแคมเปญ 11.11 หรือ 12.12 ราคามักจะลดลงไปถึง 50%
  3. Read the Fine Print: เช็กว่าบัตรราคานี้รวมชุดว่ายน้ำ ล็อกเกอร์ หรืออาหารหรือไม่ เพื่อเตรียมงบประมาณส่วนตัวได้ถูกต้อง

ใครที่ชื่นชอบบทความรีวิว และโปรโมชั่นที่เที่ยวครอบครัว สามารถติดตามได้ที่ Facebook “เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์” ค่ะ

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ