การนอนกรนไม่ใช่เรื่องตลก และไม่ใช่แค่เรื่องของเสียงที่รบกวนคนข้างบ้าน แต่มันคือสัญญาณเตือนของสุขภาพที่อาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า นอน กรน เกิดจาก อะไร และมี วิธีแก้อาการนอน กรน สำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิงอย่างไรบ้าง
นอน กรน ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร?

ในภาษาอังกฤษ อาการนอนกรนเรียกว่า “Snoring” ส่วนภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งมักมาคู่กันเรียกว่า “Obstructive Sleep Apnea (OSA)”
นอน กรน เกิดจาก อะไร? ทำไมแต่ละคนถึงกรนไม่เหมือนกัน
อาการนอนกรนเกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนต้นเกิดการตีบแคบลงขณะหลับ เมื่อลมหายใจผ่านช่องแคบๆ นี้จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอเกิดการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงกรน โดยสาเหตุหลักๆ มีดังนี้:
- สรีระร่างกาย: ลิ้นไก่ยาว, เพดานอ่อนหย่อน หรือต่อมทอนซิลโต
- น้ำหนักตัว: ไขมันสะสมบริเวณรอบคอทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
- พฤติกรรม: การดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยาช่วยนอนหลับก่อนนอน ทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากกว่าปกติ
- อายุ: เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจจะขาดความตึงตัว
ผู้หญิงนอนกรนเกิดจากอะไร?
แก้อาการนอน กรน ผู้หญิง อาจต้องดูปัจจัยเฉพาะทางกายภาพร่วมด้วย เพราะ ผู้หญิงนอนกรนเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงวัยทอง (Menopause) ที่ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลง ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวลงได้ง่ายกว่าเดิม
5 แก้อาการนอนกรนด้วยตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่บ้าน
สำหรับคนที่มีอาการกรนในระดับเริ่มต้น (Primary Snoring) สามารถลอง วิธีแก้อาการนอน กรน ด้วยตัวเองดังนี้:
- เปลี่ยนท่านอน: หลีกเลี่ยงการนอนหงาย ให้เปลี่ยนมา นอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหรือเพดานอ่อนตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ
- ควบคุมน้ำหนัก: การลดน้ำหนักเพียง 5-10% สามารถช่วยลดเนื้อเยื่อส่วนเกินรอบคอ และทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น
- ยกหัวเตียงให้สูงขึ้น: ใช้หมอนหนุนหัวให้สูงขึ้นประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจ
- หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น: งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน
- ล้างจมูกก่อนนอน: หากกรนจากการคัดจมูกหรือภูมิแพ้ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
วิธีแก้การนอน กรน ผู้ชาย VS ผู้หญิง ต่างกันอย่างไร?
- วิธีแก้การนอน กรน ผู้ชาย: มักเน้นไปที่การลดพุงและออกกำลังกายช่วงลำคอเพื่อเพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
- แก้อาการนอน กรน ผู้หญิง: นอกจากการปรับท่านอนแล้ว อาจต้องปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับสมดุลฮอร์โมนหากอยู่ในวัยหมดประจำเดือน
อาการแบบไหนที่ “ต้องผ่าตัด” หรือพบแพทย์?
หากลอง แก้อาการนอนกรนด้วยตัวเอง แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการทำ Sleep Test เพื่อพิจารณาการรักษาขั้นสูง:
- มีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ
- ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ปวดหัวตอนเช้า หรือเพลียระหว่างวันมาก
- คนใกล้ชิดสังเกตเห็นว่ามีการ “หยุดหายใจ” เป็นพักๆ
- การกรนเสียงดังมากจนทะลุฝาบ้าน
ทางเลือกการรักษาทางการแพทย์
- เครื่อง CPAP: การใช้เครื่องช่วยสร้างแรงดันอากาศเพื่อเปิดทางเดินหายใจ (วิธีที่นิยมและได้ผลดีที่สุดโดยไม่ต้องผ่าตัด)
- อุปกรณ์ทันตกรรม: สำหรับจัดตำแหน่งขากรรไกรล่างให้ยื่นออกมาข้างหน้า
- การผ่าตัด (Surgery): แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่มีความผิดปกติทางสรีระชัดเจน เช่น การตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ (UPPP), การผ่าตัดต่อมทอนซิล หรือการผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูกคด
การรักษาอาการนอนกรนควรเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากคุณสามารถลดน้ำหนักและเปลี่ยนท่านอนได้ อาการมักจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หากมีสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับคือกุญแจสำคัญเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนครับ
Read More :
- รู้จัก “พาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza)” ไอหนัก พาหลอดลมอักเสบ เด็กติดง่าย
- ยาฆ่าเชื้อ Amoxicillin กินยังไง? สรุปวิธีใช้ ข้อควรระวัง และกินติดต่อกันกี่วัน
- เจาะลึกยา Amoxicillin สรรพคุณ วิธีใช้ และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้
- วัคซีน IPD คืออะไร? จำเป็นต้องฉีดไหม? อัปเดตราคาและสิทธิฉีดฟรีล่าสุด
- ผลข้างเคียงของ Montelukast (Singulair) กินติดต่อกันได้ไหม?


![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)

ใส่ความเห็น