ในบรรดาภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมที่รุนแรงที่สุด “มดลูกแตก” คือฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก (ประมาณ 0.07% ในการตั้งครรภ์ทั่วไป) แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ก็นับเป็นภาวะวิกฤตที่เสี่ยงต่อชีวิตทั้งของมารดาและทารกในครรภ์ บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณแม่และครอบครัวเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงสัญญาณเตือนสำคัญครับ
มดลูกแตกคืออะไร?
มดลูกแตก คือ การฉีกขาดของผนังมดลูกในระหว่างตั้งครรภ์หรือระหว่างการเจ็บครรภ์คลอด ซึ่งส่งผลให้ทารก รก หรือน้ำคร่ำหลุดออกมาอยู่ในช่องท้องของมารดา
ภาวะนี้มักทำให้เกิดการตกเลือดอย่างรุนแรงในช่องท้อง และขัดขวางการส่งออกซิเจนไปยังทารก ซึ่งหากไม่ได้รับการผ่าตัดช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีภายในเวลาไม่กี่นาที อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องระวัง
สัญญาณเตือนของมดลูกแตกนั้นรวดเร็วและรุนแรง คุณแม่อาจรู้สึกปวดท้องอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นความปวดที่ทะลุผ่านความปวดจากการหดตัวตามธรรมชาติ บางครั้งอาจตามมาด้วยความรู้สึกสว่างวาบหรือความเงียบงันที่น่ากลัวเมื่อมดลูกหยุดบีบตัวเพราะกล้ามเนื้อได้ฉีกขาดไปแล้ว ในขณะที่เสียงหัวใจของทารกซึ่งเคยเต้นเป็นจังหวะแห่งชีวิตจะเริ่มแผ่วลงและช้าลงเรื่อยๆ วินาทีเหล่านี้คือการเฉือนกันระหว่างความเป็นและความตายที่ทีมแพทย์ต้องตัดสินใจแข่งกับเวลา การผ่าตัดด่วนภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีคือทางรอดเดียว เพื่อนำทารกออกมาและรักษาชีวิตของมารดาจากการสูญเสียเลือด
อย่างไรก็ตาม ในความน่ากลัวนี้ยังมีความเบาใจซ่อนอยู่ เพราะด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์และการฝากครรภ์ที่เป็นระบบในปัจจุบัน ทำให้ภาวะมดลูกแตกสามารถป้องกันและเฝ้าระวังได้ การแจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด การเว้นระยะห่างระหว่างการตั้งครรภ์ที่เหมาะสม และการอยู่ในความดูแลของสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิด คือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด ความเข้าใจในความเสี่ยงไม่ใช่การสร้างความตระหนก แต่คือการสร้างความตระหนักเพื่อให้ทุกการกำเนิดดำเนินไปอย่างปลอดภัยที่สุด

ใครคือกลุ่มเสี่ยง? (สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น)
สาเหตุส่วนใหญ่ของมดลูกแตกไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีปัจจัยพื้นฐานดังนี้:
- รอยแผลเป็นเดิมที่มดลูก: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะคุณแม่ที่ เคยผ่าคลอด (Cesarean Section) หรือเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) มาก่อน แผลเป็นเหล่านี้คือจุดที่ผนังมดลูกมีความแข็งแรงน้อยกว่าปกติ
- การคลอดธรรมชาติหลังเคยผ่าคลอด (VBAC): แม้จะเป็นทางเลือกที่ทำได้ แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าการผ่าคลอดซ้ำ เนื่องจากแรงเบ่งและแรงหดตัวของมดลูกอาจทำให้รอยแผลเดิมปริแยก
- มดลูกถูกขยายจนตึงเกินไป: เช่น กรณีครรภ์แฝด ทารกตัวใหญ่ผิดปกติ หรือภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป (Polyhydramnios)
- การใช้ยากระตุ้นคลอด: หากมีการใช้ยาเร่งคลอด (Oxytocin) ในปริมาณที่มากเกินไปจนมดลูกหดตัวแรงและถี่เกินกว่าที่ผนังมดลูกจะรับไหว
- อุบัติเหตุ: การถูกกระแทกบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ หรือการพลัดตกหกล้ม
ความเสี่ยงและผลกระทบ
สำหรับมารดา:
- การสูญเสียเลือดปริมาณมากจนต้องรับเลือด (Massive Transfusion)
- ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
- ในกรณีที่ไม่สามารถเย็บซ่อมแซมมดลูกได้ แพทย์อาจจำเป็นต้อง ตัดมดลูก (Hysterectomy) เพื่อรักษาชีวิต
สำหรับทารก:
- ขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง (Hypoxia) ซึ่งอาจส่งผลต่อสมองในระยะยาว
- เสียชีวิตในครรภ์หรือหลังคลอดไม่นานหากช่วยออกมาไม่ทันเวลา
การรักษา: แข่งกับเวลา
เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะมดลูกแตก จะไม่มีการรอช้า ขั้นตอนการรักษามาตรฐานคือ:
- การผ่าตัดด่วน (Emergency Laparotomy): เพื่อนำทารกออกมาให้เร็วที่สุด
- การห้ามเลือด: แพทย์จะประเมินรอยแตก หากรอยแตกไม่กว้างและขอบแผลเรียบ อาจทำการเย็บซ่อมแซมได้
- การตัดมดลูก: หากเลือดไม่ออกหรือมดลูกเสียหายหนักเกินเย็บ เพื่อป้องกันแม่เสียชีวิตจากการเสียเลือด
แนวทางการป้องกันและดูแลตัวเอง
แม้เราจะห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ 100% แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้โดย:
- แจ้งประวัติการผ่าตัด: หากคุณเคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน ต้องแจ้งคุณหมอฝากครรภ์ตั้งแต่วันแรก
- การวางแผนคลอด: หากคุณแม่มีความเสี่ยงสูง แพทย์มักแนะนำให้ “ผ่าตัดคลอดตามนัด” ก่อนกำหนดคลอดจริงเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บครรภ์เอง
- เว้นระยะการตั้งครรภ์: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 18-24 เดือนหลังการผ่าคลอดครั้งก่อน เพื่อให้เนื้อเยื่อมดลูกแข็งแรงเต็มที่
- สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการปวดท้องผิดปกติ หรือลูกดิ้นน้อยลง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
มดลูกแตกเป็นภาวะที่น่ากลัวแต่ป้องกันและเตรียมรับมือได้ด้วยการมีวินัยในการฝากครรภ์และการสื่อสารที่ชัดเจนกับแพทย์เจ้าของไข้ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันช่วยให้เราตรวจพบสัญญาณเตือนได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กได้อย่างมหาศาลครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- เปิด 3 เหตุผล ! ที่ควรรักษาโรคกระดูกสันหลังที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง
- รวม “E-Voucher ตรวจสุขภาพ” เช็กลิสต์แพ็กเกจสุดคุ้มจาก รพ.ดัง ถูกกว่าซื้อหน้างาน
- ใช้บัตรประชาชนแบบไหนได้บ้าง? เช็กข้อแตกต่างระหว่างบัตรจริงและบัตรดิจิทัล
- แพมเพิสไซส์ NB คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่
- มามี่โพโค (MamyPoko) แพมเพิสแรกเกิด NB ยกลัง มีกี่รุ่น? ราคาเท่าไหร่?




ใส่ความเห็น