ไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคร้ายแรงไหม เป็นแล้วอยู่ได้กี่ปี

ไวรัสตับอักเสบบี หรือ Hepatitis B Virus (HBV) เป็นเชื้อไวรัสที่ติดเชื้อระบบตับ ซึ่งอาจมีผลตั้งแต่การติดเชื้อระยะสั้นจนถึงระยะเรื้อรัง มีศักยภาพทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าไวรัสนี้เกิดจากอะไร มีระยะอย่างไร รุนแรงแค่ไหน และมีแนวทางดูแลรักษาอย่างไรบ้าง

โรคไวรัสตับอักเสบบีเกิดจากอะไร

ไวรัสตับอักเสบบีเกิดจากการติดเชื้อ HBV ซึ่งแพร่ผ่าน เลือด น้ำอสุจิ หรือน้ำหลั่งช่องคลอด โดยสามารถติดได้ผ่านแม่สู่ลูกขณะคลอด (vertical transmission), ผ่านการมีเพศสัมพันธ์, ผ่านการใช้เข็มฉีดยา หรือเจาะร่างกายที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดี นอกจากนี้ ความเสี่ยงยังสูงในกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเลือด การทำฟอกไต หรือการอยู่ใกล้ผู้ที่ติดเชื้อ แม้การจูบหรือกินอาหารร่วมกัน ไม่ทำให้แพร่เชื้อ

ภาพจาก The Lancet

ไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคร้ายแรงไหม?

ไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคร้ายแรงนะคะ โดยเฉพาะหากกลายเป็นระยะเรื้อรัง ดังนั้น แม้ว่าไม่ทุกคนจะมีอาการรุนแรง แต่ซ่อนภัยที่ไม่ควรมองข้ามเลย

  • ผู้ที่ติดเชื้อแล้วไม่รักษา อาจพัฒนาสู่ ตับแข็ง (cirrhosis) หรือ มะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) ได้มากถึง 25%
  • มีการประมาณว่า ผู้ป่วย HBV จำนวนมากทั่วโลกเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนนี้ทั้งตับอ่อนและมะเร็งตับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา 
  • ในจีน กลุ่มผู้ติดเชื้อเรื้อรัง 10% พัฒนาเป็นตับแข็งภายใน 5 ปี และ 6.5% ของผู้ที่มีตับแข็งพัฒนามะเร็งตับ 

ไวรัสตับอักเสบบีมีระยะอย่างไร (มีกี่ระยะ)

สามารถแบ่งได้เป็นสองระยะหลัก

  1. เฉียบพลัน (Acute): เกิดขึ้นช่วง 6 เดือนแรกหลังติดเชื้อ
  2. เรื้อรัง (Chronic): ถ้าร่างกายไม่ขจัดเชื้อภายใน 6 เดือน เชื้อจะคงอยู่ในตับได้ตลอดชีวิต 

อัตราการติดเชื้อเรื้อรังขึ้นอยู่กับช่วงอายุ:

  • ทารกและเด็กอายุน้อย 90% ของทารกที่ติดเชื้อจะเป็นเรื้อรัง
  • เด็กอายุ 1–5 ปี 30%
  • ผู้ใหญ่กว่า 95% ฟื้นตัวจากระยะเฉียบพลันโดยไม่เรื้อรัง

ไวรัสตับอักเสบบี รักษาหายไหม?

  • ระยะเฉียบพลัน: ร่างกายสามารถขจัดเชื้อได้เองในผู้ใหญ่ประมาณ 95% ฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกัน
  • ระยะเรื้อรัง: ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่มีการรักษาที่ลดการจำลองเชื้อและลดความเสี่ยงของภาวะตับแข็งหรือมะเร็ง โดยใช้ยาต้านไวรัส เช่น tenofovir, entecavir หรือ peg‑interferon alpha
    – การรักษามักต้องใช้ต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ในหลายกรณี และต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
    – เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินโรค ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิต

ไวรัสตับอักเสบอยู่ได้กี่ปี?

  • เฉียบพลัน: หากร่างกายขจัดเชื้อได้ การติดเชื้อตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
  • เรื้อรัง: หากไม่หายขาด เชื้อจะอยู่ในร่างกาย ตลอดชีวิต อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายสิบปีจนกระทั่งพัฒนาเป็นตับแข็งหรือมะเร็ง

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีไวรัสตับอักเสบบี

  1. ตรวจเลือดเป็นประจำ: เช่น HBsAg, HBV DNA, ALT เพื่อติดตามการทำงานของตับและภาระไวรัส
  2. รับการรักษาตามข้อบ่งชี้: โดยเฉพาะหากมีการอักเสบหรือภาระเชื้อสูง ใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำแพทย์
  3. เลี่ยงแอลกอฮอล์ และดูแลสุขภาพโดยรวม: การใช้แอลกอฮอล์เพิ่มโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็ง
  4. ป้องกันการแพร่เชื้อ: พยายามให้คนใกล้ชิดตรวจและฉีดวัคซีน HBV ด้วย
  5. ฉีดวัคซีน HBV ทันทีหากไม่เคยฉีด: วัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่ได้ดีมาก

บรรณานุกรม

  • Wikipedia – Hepatitis B: เกี่ยวกับระยะการติดเชื้อ การแพร่เชื้อ และการพัฒนาจากเฉียบพลันเป็นเรื้อรัง
  • CDC – Clinical Overview and Testing: อธิบายระยะเฉียบพลัน vs เรื้อรัง และแนวทางตรวจคัดกรอง 
  • WHO Fact Sheet (2025): แนวทางการรักษา chronic HBV ด้วยยาต้านไวรัส และประสิทธิภาพการรักษาของยา
  • Mayo Clinic: แนวทางการตัดสินใจรักษาโรคเรื้อรังและการใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อ HBV Mayo Clinic
  • Verywell Health: ความหมายของ carrier และอัตราการเป็น carrier ในเด็กที่ติดเชื้อ Verywell Health
  • Verywell Health – Cure Status: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่มีการพัฒนายารักษา Verywell Health
  • Vox (ข่าว): ภาพรวมภาระโรค HBV โลกและความท้าทายด้านการรักษาและการวินิจฉัย Vox
  • Wikipedia – Jiang সomething: ข้อมูลระบาดวิทยาในจีน พัฒนาการโรค และสถิติผู้ป่วยเรื้อรัง วิกิพีเดีย
  • Wikipedia – Jade Ribbon Campaign: ข้อมูลความเสี่ยงต่อการตายจาก HBV และความสำคัญของการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ

Read More :

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ