รู้จัก “ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร?” เพื่อให้เข้าใจและแยกสาเหตุได้ถูกจุด

ในโลกยุคใหม่ที่มลภาวะและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คำว่า “ภูมิแพ้อากาศ” กลายเป็นคำคุ้นหูของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ก็ตาม แต่แท้จริงแล้ว โรคนี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีรับมือหรือป้องกันอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาไปรู้จัก “ภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis)” แบบเจาะลึก

ภูมิแพ้อากาศ หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Allergic Rhinitis คือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศอย่างผิดปกติ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อรา หรือขนสัตว์ โดยจะกระตุ้นให้เกิดอาการคล้ายหวัด เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม คันจมูก และบางรายอาจมีอาการแสบตาหรือหูอื้อร่วมด้วย

แม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ภูมิแพ้อากาศก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งในเรื่องการนอน การเรียน การทำงาน รวมถึงอารมณ์ของผู้ป่วยโดยเฉพาะในเด็ก

สาเหตุของภูมิแพ้อากาศ
สาเหตุของภูมิแพ้อากาศ

ต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ไม่ใช่ “อากาศ” อย่างที่ชื่อเรียกสื่อออกมาโดยตรง แต่เกิดจาก สารก่อภูมิแพ้ (allergens) ที่ลอยอยู่ในอากาศนั่นเอง ตัวอย่างเช่น:

  • ละอองเกสรดอกไม้ (Pollen): พบมากในฤดูใบไม้ผลิ
  • ไรฝุ่น (Dust mites): แพร่พันธุ์ในที่นอน ผ้าม่าน พรม
  • ขนและรังแคสัตว์เลี้ยง (Pet dander)
  • เชื้อราในอากาศ (Airborne mold spores)
  • มลภาวะในเมือง (Pollution & Smog)

บางคนจะมีอาการชัดเจนเฉพาะฤดู (seasonal allergic rhinitis) เช่น ช่วงหน้าหนาวหรือหน้าร้อน ขณะที่บางคนมีอาการตลอดปี (perennial allergic rhinitis)

รู้จัก "ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร?" เพื่อให้เข้าใจและแยกสาเหตุได้ถูกจุด
รู้จัก “ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร?” เพื่อให้เข้าใจและแยกสาเหตุได้ถูกจุด

ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการแตกต่างกันออกไป แต่พบได้บ่อยคือ:

  • จามต่อเนื่อง
  • น้ำมูกใสไหลไม่หยุด
  • คัดจมูก หายใจไม่สะดวก
  • คันตา แสบตา น้ำตาไหล
  • คันคอหรือระคายคอ
  • หูอื้อ หรือรู้สึกปวดหัวบ่อยๆ

โดยเฉพาะในเด็ก อาการภูมิแพ้อากาศมักจะทำให้หลับยาก เรียนไม่รู้เรื่อง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจซ้ำๆ

รู้จัก "ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร?" เพื่อให้เข้าใจและแยกสาเหตุได้ถูกจุด

1. การวินิจฉัย
แพทย์จะใช้การซักประวัติ ร่วมกับการตรวจร่างกาย และอาจทำ Skin Prick Test หรือการตรวจเลือดเพื่อหาสารที่ก่อภูมิแพ้

2. การรักษา

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: เช่น ใช้ปลอกหมอนกันไรฝุ่น, ใช้เครื่องฟอกอากาศ
  • ยาแก้แพ้ (Antihistamines): เช่น loratadine, cetirizine
  • ยาพ่นจมูก (Nasal corticosteroids): ช่วยลดการอักเสบในโพรงจมูก
  • การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy): เหมาะกับผู้ป่วยที่แพ้หนักและรักษาด้วยยาไม่ดีขึ้น
  • หมั่นทำความสะอาดที่นอน ผ้าม่าน และของเล่นเด็ก
  • หลีกเลี่ยงสัตว์เลี้ยงถ้าแพ้ขน
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่มีละอองเกสรหรือฝุ่นหนาแน่น
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน
  • ดื่มน้ำมากๆ และนอนหลับให้เพียงพอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
รู้จัก "ภูมิแพ้อากาศ คืออะไร?" เพื่อให้เข้าใจและแยกสาเหตุได้ถูกจุด

เด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาการอาจลุกลามเป็นโรคเรื้อรัง เช่น หืดหอบ (asthma) หรือ ไซนัสอักเสบ (sinusitis) ได้ง่าย จึงควรสังเกตและพาไปพบแพทย์หากมีอาการจามหรือคัดจมูกบ่อยโดยไม่เป็นหวัด

ภูมิแพ้อากาศ” แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทุกมิติ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ การรู้เท่าทัน ป้องกัน และรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

หากคุณหรือบุตรหลานมีอาการบ่งชี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และอย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น หรือเครื่องฟอกอากาศคุณภาพ ซึ่งหาซื้อได้ที่ Shop-dek.com เราคัดสรรของดี ปลอดภัยสำหรับทุกครอบครัว

บรรณานุกรม (References)

  1. Mayo Clinic. (2024). Allergic Rhinitis (Hay fever)https://www.mayoclinic.org
  2. American Academy of Allergy, Asthma & Immunology (AAAAI). (2023). Allergic Rhinitishttps://www.aaaai.org
  3. WebMD. (2024). What Is Allergic Rhinitis?https://www.webmd.com/allergies/what-is-allergic-rhinitis
  4. CDC – Centers for Disease Control and Prevention. (2023). Allergy and Asthma Informationhttps://www.cdc.gov
  5. Harvard Health Publishing. (2022). Allergic rhinitis: Treatments and home remedieshttps://www.health.harvard.edu

คำค้นหา : ภูมิแพ้, ภูมิแพ้ อากาศ, โรคภูมิแพ้ อากาศเย็น, ภูมิแพ้อากาศ ภาษา อังกฤษ

Read More :

ใส่ความเห็น

I’m Panghoam

สวัสดีค่ะ -/\- ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ ช้อปเด็ก ดอท คอม รวมบทความไลฟ์สไตล์ที่เที่ยวครอบครัว ข่าวสารสุขภาพ รวมถึงแนะนำสินค้าเด็ก ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงเด็กแรกเกิด ฝากติดตามเว็บของแม่แป้งหอม ในนี้ และที่เพจ เลี้ยงลูกทำคอนเทนต์ด้วยนะคะ