เพราะความปลอดภัยลูกต้องมาก่อนเสมอ หลายครอบครัวที่มีลูกเล็กมักเผชิญคำถามว่า… “ลูกนั่งเบาะปกติในรถได้หรือยัง?” หรือ “ต้องใช้คาร์ซีทถึงเมื่อไหร่?” โดยเฉพาะเมื่อลูกโตเกิน 4–5 ขวบ ตัวสูงขึ้นจนไม่อยากให้นั่งคาร์ซีทตัวใหญ่แบบเดิมแล้ว
คำตอบก็คือ “เบาะเสริมรถยนต์ (Booster Seat)” คือทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับเด็กวัยเริ่มโต ที่ยังไม่สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยแบบผู้ใหญ่ได้อย่างพอดี เบาะเสริมจะช่วย “ยกตัว” ให้ตำแหน่งของเข็มขัดอยู่ในจุดที่ปลอดภัยต่อหัวไหล่และสะโพกของเด็ก และช่วยป้องกันอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ
เบาะเสริมคืออะไร? ต่างจากคาร์ซีทยังไง?
เบาะเสริม หรือ Booster Seat คือเบาะนั่งที่ออกแบบสำหรับเด็กอายุประมาณ 4–12 ปี หรือมีน้ำหนัก 15–36 กก. โดยทำหน้าที่ยกระดับตัวเด็กให้สูงขึ้นพอเหมาะกับเข็มขัดนิรภัยของรถ ไม่ให้เข็มขัดพาดคอหรือตัวผิดจุด ต่างจาก “คาร์ซีท” ที่ออกแบบมาสำหรับทารกหรือเด็กเล็กโดยเฉพาะ และต้องยึดกับเบาะรถโดยตรง
1. Grace Kids Booster Carseat

สำหรับเด็กอายุ 3-11 ปี ขึ้นไป / พกพาง่าย ใช้งานสะดวก
- ลดราคา 15% เหลือเพียง ฿680
- เบาะนุ่ม ใช้งานได้กับรถทั่วไป
- ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับเด็กโตที่ไม่ต้องใช้เบาะเต็มตัวแล้ว
2. Beige เบาะนั่งรถยนต์เด็กกระเช้า พับได้ รองรับน้ำหนัก 100 กก.

เหมาะสำหรับเด็ก 0–12 ขวบ / ใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิด
- ลดสูงสุด 80% เหลือเพียง ฿549 – ฿1,349
- รองรับน้ำหนักได้มาก เหมาะทั้งเด็กเล็กและเด็กโต
- พับเก็บได้ง่าย ไม่กินพื้นที่
3. GLOWY Travel Kids Fix Booster Seat

สำหรับเด็กโต / ดีไซน์เรียบหรู / รีวิวดี
- ลดราคา 42% เหลือ ฿1,639
- ติดตั้งง่าย มีตัวล็อคแบบ Fix ปลอดภัย
- เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเบาะแบบไม่เทอะทะ
4. DAIICHI Easy Carry2 เบาะนั่งรถยนต์เด็ก (1–5 ปี)

แบรนด์พรีเมียมจากเกาหลี / เบาะนุ่ม / แถมกระเป๋า
- ลดราคา 30% เหลือ ฿11,000
- รองรับเด็ก 1–5 ปี นั่งสบาย มาตรฐานความปลอดภัยสูง
- ตัวเบาะโอบรับตัวเด็กดี แถมฟรีกระเป๋าสำหรับพกพา
5. Fico รุ่น VICTOR FC50 (5–12 ปี)

Booster Seat สำหรับเด็กโต / ราคาคุ้มค่ามาก
- ลด 68% เหลือ ฿1,288
- เหมาะสำหรับเด็กที่เริ่มโตและไม่ต้องใช้เบาะแบบเต็มตัวแล้ว
- ดีไซน์ทันสมัย เบา เคลื่อนย้ายง่าย
6. DAIICHI Easy Carry3 เบาะนั่งรถยนต์เด็ก (1–7 ปี)

รุ่นใหม่ล่าสุด แถมกระเป๋า / ติดตั้งได้ทั้ง BELT และ ISOFIX
- ลดราคา 22% เหลือ ฿12,400
- เบาะนุ่ม โอบรับแรงกระแทกได้ดี ใช้งานได้นานถึง 7 ปี
- เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการของดีระดับพรีเมียม
7. Chicco Go Fit Booster เบาะนั่งรถยนต์เด็ก (4 ขวบขึ้นไป)

แบรนด์อเมริกัน มาตรฐานสูง / ถอดซักได้
- ลดราคา 30% เหลือ ฿2,397
- เบาะนุ่มสบาย ถอดซักได้ง่าย เหมาะสำหรับเด็กโต
- เหมาะกับผู้ปกครองที่ต้องการเบาะ Boost เฉพาะช่วงตัว
เช็ก 5 จุดสำคัญก่อนเลือกเบาะเสริมให้ลูก
✅ 1. เลือกตามช่วงอายุและน้ำหนักลูก
เบาะเสริมมีทั้งแบบ
- Backless (ไม่มีพนักพิง): เหมาะกับเด็กที่สูงพอจะพิงเบาะรถได้
- High-Back (มีพนักพิง): เหมาะกับเด็กตัวเล็ก หรือรถไม่มีพนักพิงสูง
แนะนำให้ดูน้ำหนักและส่วนสูงลูกเป็นหลัก:
- 15–25 กก. = รุ่นมีพนักพิงจะปลอดภัยกว่า
- 22–36 กก. = รุ่นไม่มีพนักพิงอาจพอเหมาะ
2. ดูว่ารองรับมาตรฐานความปลอดภัยสากลหรือไม่
เช่น:
- ECE R44/04 หรือ UN R129 (i-Size)
- มาตรฐานจากยุโรป, อเมริกา หรือญี่ปุ่น
สังเกตที่สติกเกอร์หรือแท็กบนเบาะเสริม จะระบุชัดว่าได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยหรือไม่
3. มีระบบยึดกับเบาะรถ (ISOFIX หรือเข็มขัดนิรภัย)
เบาะเสริมควรมีตัวล็อกที่ยึดติดแน่นกับเบาะรถ เพื่อลดแรงเหวี่ยงเมื่อเบรกรถกระทันหัน
- ระบบ ISOFIX จะยึดกับโครงรถโดยตรง
- ถ้าไม่มี ISOFIX ก็ควรมีจุดร้อยเข็มขัดนิรภัยอย่างมั่นคง
4. พิจารณาความนุ่มสบายและระบายอากาศ
เด็ก ๆ มักนั่งในรถเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเดินทางไกล
ควรเลือกเบาะที่บุฟองน้ำหนา รองรับสะโพกดี และมีผ้าคลุมระบายอากาศ ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
5. ขนาดกะทัดรัด ถอดพกพาได้ง่าย
ถ้าต้องย้ายเบาะระหว่างรถพ่อกับแม่ หรือไปเที่ยว ควรเลือกเบาะที่พับได้ น้ำหนักเบา
บางรุ่นสามารถพับเก็บหรือถือเป็นกระเป๋าเดินทางได้ด้วย
คำค้นหา : เบาะเสริมรถยนต์เด็ก,วิธีเลือก booster seat,เบาะเสริมรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี,เบาะเสริมสำหรับเด็กโต,เบาะเสริมเด็ก 4 ขวบ

![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)


ใส่ความเห็น