แม้จะดูเหมือนโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นเรื่องไกลตัวที่เราอาจเคยได้ยินแค่ในข่าวหรือภาพยนตร์เกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ แต่แท้จริงแล้ว แอนแทรกซ์คือโรคติดเชื้ออันตรายที่สามารถพบได้ในประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ติดเชื้อ หากเข้าใจกลไกการติดเชื้อและแนวทางป้องกัน ก็สามารถลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้อย่างมาก
โรคแอนแทรกซ์ คืออะไร?
แอนแทรกซ์ เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Bacillus anthracis ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถสร้าง “สปอร์” ที่แข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อม ทั้งความร้อน ความแห้ง และแสงแดด เชื้อสามารถฝังตัวในดินได้นานหลายสิบปี และยังคงความสามารถในการก่อโรคได้เมื่อเข้าสู่ร่างกายของสัตว์หรือมนุษย์
โดยทั่วไป มักพบการติดเชื้อในสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย แพะ แกะ หรืออูฐ และเชื้อสามารถแพร่สู่คนได้เมื่อมีการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น หนังสัตว์ ขนสัตว์ หรือเนื้อสัตว์ที่ยังไม่ได้ปรุงสุก
โรคนี้ติดต่อได้อย่างไร?
การติดเชื้อแอนแทรกซ์สามารถเกิดขึ้นได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1. ทางผิวหนัง (Cutaneous anthrax)
เป็นการติดเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 95% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ผู้ป่วยมักติดเชื้อจากการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปนเปื้อน เช่น การชำแหละ การตัดขน หรือแม้แต่การผลิตสินค้าจากหนังสัตว์
อาการเริ่มจากตุ่มแดงเล็ก ๆ กลายเป็นตุ่มน้ำพอง แล้วพัฒนาเป็นแผลสีดำตรงกลาง (ลักษณะเฉพาะคือไม่เจ็บ แต่จะบวมแดงรอบขอบแผล)
2. ทางระบบหายใจ (Inhalation anthrax)
เกิดจากการสูดดมสปอร์ของเชื้อที่ปะปนในอากาศ ซึ่งมักพบในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโรงงานขนสัตว์ หนังสัตว์ หรือสภาพแวดล้อมที่มีการปนเปื้อน
อาการเริ่มจากไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก หากไม่รักษาอย่างทันท่วงที มีโอกาสเสียชีวิตสูง
3. ทางเดินอาหาร (Gastrointestinal anthrax)
เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อและปรุงไม่สุก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดในสัตว์
ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย บางรายมีอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ในบางกรณีที่หายากมาก อาจเกิดจากการฉีดยา (Injection anthrax) โดยเฉพาะในผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
โรคแอนแทรกซ์ ติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่?
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคและแหล่งทางการแพทย์ยืนยันว่า โรคแอนแทรกซ์ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยตรงได้
แต่หากมีการสัมผัสกับของเหลวในร่างกาย เช่น หนอง น้ำเหลือง หรือของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยที่มีเชื้อ อาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายทางอ้อมได้
ดังนั้น ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยควรสวมถุงมือและป้องกันอย่างเหมาะสม
เด็กติดโรคแอนแทรกซ์ได้ไหม?

แม้ว่าในทางระบาดวิทยาจะพบผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เกษตรกร คนเลี้ยงสัตว์ หรือผู้ทำงานโรงฆ่าสัตว์ แต่ เด็กก็สามารถติดโรคแอนแทรกซ์ได้เช่นกัน หากสัมผัสเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อ หรืออยู่ใกล้ผู้ใหญ่ที่สัมผัสสัตว์ป่วยแล้วไม่มีการล้างมือหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนอุ้มลูก
นอกจากนี้ หากเด็กอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด และรับประทานอาหารไม่สุก อาจติดเชื้อทางระบบทางเดินอาหารได้
อาการของโรคในเด็กและผู้ใหญ่ต่างกันหรือไม่?
โดยทั่วไป อาการของโรคในเด็กและผู้ใหญ่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับช่องทางการติดเชื้อ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ
- เด็กอาจไม่สามารถบอกอาการได้ชัดเจน เช่น ไม่รู้ว่าเจ็บตรงไหน หรือมีแผลขึ้นที่ใด
- การวินิจฉัยจึงขึ้นอยู่กับผู้ปกครองที่สังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น แผลเน่าดำที่ไม่เจ็บ หรือมีไข้ร่วมกับอาการทางเดินอาหาร
การวินิจฉัยและรักษา
การวินิจฉัยใช้การตรวจเลือด ตรวจน้ำเหลืองจากแผล หรือเอกซเรย์ในกรณีที่สงสัยว่าติดเชื้อทางหายใจ
หากพบว่าเป็นแอนแทรกซ์ การรักษาจะใช้ ยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin, Doxycycline หรือ Ciprofloxacin โดยแพทย์จะเลือกชนิดตามอาการและระดับความรุนแรง
หากได้รับการรักษาเร็ว โอกาสรอดชีวิตมีสูง โดยเฉพาะแบบผิวหนังที่รักษาหายได้ใน 7-10 วัน
การป้องกันโรคแอนแทรกซ์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสซากสัตว์ที่ตายผิดปกติ
- ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึง
- ล้างมือหลังสัมผัสเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- สวมถุงมือและหน้ากากอนามัยหากทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์
- เฝ้าระวังในพื้นที่ที่เคยมีรายงานการระบาด
- วัคซีนป้องกันแอนแทรกซ์มีใช้ในบางกลุ่มเฉพาะ เช่น ทหาร หรือบุคลากรที่ทำงานกับเชื้อโดยตรง
สถานการณ์ในประเทศไทย
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ระบุว่าประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยแอนแทรกซ์เป็นระยะ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการเลี้ยงสัตว์แบบเปิด และบางพื้นที่ยังไม่มีกระบวนการตรวจโรคในสัตว์ก่อนฆ่าอย่างทั่วถึง
รคแอนแทรกซ์แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักรุนแรง โดยเฉพาะหากติดเชื้อทางระบบหายใจหรือทางเดินอาหาร เด็กและผู้ใหญ่ต่างก็มีโอกาสติดเชื้อได้หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่สุก
การรู้เท่าทันโรคนี้ รู้ช่องทางการติดต่อ และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ คือหัวใจของการป้องกัน ทั้งสำหรับตนเองและคนในครอบครัว หากสงสัยว่าอาจสัมผัสเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์โดยไม่ชะล่าใจ เพราะการรักษาอย่างทันท่วงทีสามารถช่วยชีวิตได้
อ้างอิง
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข: https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=1
- โรงพยาบาลเมดพาร์ค: https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/what-is-anthrax
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ: https://www.thaihealth.or.th/รู้จัก-โรคแอนแทรกซ์-เชื้อ/
- ไทยพีบีเอส: https://www.thaipbs.or.th/news/content/351764
Read More :




![[รีวิว] ฟาร์มลุงอ้วน จับกบ อุ้มจระเข้ คาเฟ่แคมป์บางใหญ่ที่สายผจญภัยไม่ควรพลาด](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/e0b89f.jpg?w=1024)
![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)


ใส่ความเห็น