การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของผู้หญิง หลายคนอาจมีความสงสัยว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าอาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรหากสงสัยว่าตัวเองท้องจริงหรือเปล่า
อาการเริ่มต้นของการตั้งครรภ์
1. ประจำเดือนขาด
เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด หากรอบเดือนของคุณมาตรงเวลาเสมอ แต่ครั้งนี้ขาดไปเกิน 1 สัปดาห์ มีโอกาสที่คุณอาจตั้งครรภ์ได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่นๆ อย่างความเครียด ฮอร์โมนแปรปรวน หรือการออกกำลังกายหนักเกินไป ก็อาจทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไปได้เช่นกัน
2. คลื่นไส้และอาเจียน (Morning Sickness)
อาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในตอนเช้า แต่บางคนอาจแพ้หนักตลอดทั้งวัน และบางคนก็โชคดีที่ไม่แพ้เลย ถ้าคุณเริ่มรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หรือมีอาการเหมือนจะอาเจียนตลอดเวลา อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ได้นะคะ
3. อ่อนเพลียผิดปกติ
คุณรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นกว่าปกติไหม? ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในร่างกายจะทำให้คุณรู้สึกง่วงและอ่อนเพลียมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ
4. ปัสสาวะบ่อย
ถ้าคุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายกำลังผลิตฮอร์โมน hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูก
5. เต้านมเปลี่ยนแปลง
หน้าอกของคุณอาจรู้สึกตึง เจ็บ คัด หรือหัวนมไวต่อการสัมผัสมากขึ้น นอกจากนี้ สีของหัวนมและปานนมอาจเข้มขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณหน้าอกมากขึ้น
6. มีเลือดออกกระปริบกระปรอย (Implantation Bleeding)
บางคนอาจสับสนระหว่างประจำเดือนกับการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 6-12 วันหลังจากปฏิสนธิ เลือดที่ออกมาจะมีปริมาณน้อยกว่าประจำเดือน ปกติแล้วจะเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาลอ่อน และหยุดไปเองภายใน 1-2 วัน
7. ความรู้สึกไวต่อกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไป
คุณอาจรู้สึกเหม็นอาหารบางอย่างที่เคยชอบ หรืออยากกินของที่ไม่เคยอยากกินมาก่อน อาการนี้เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ประสาทรับกลิ่นและรสชาติไวขึ้น
วิธีเช็กว่าท้องหรือไม่?
1. ใช้ที่ตรวจครรภ์
ที่ตรวจครรภ์ (Pregnancy Test Kit) สามารถให้ผลที่ค่อนข้างแม่นยำ หากตรวจในช่วงที่ประจำเดือนขาดไป 7 วัน หรือมากกว่านั้น ควรตรวจตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะปัสสาวะในช่วงนี้จะมีฮอร์โมน hCG เข้มข้นที่สุด
2. ตรวจเลือดที่โรงพยาบาล
ถ้าต้องการความแม่นยำสูงสุด การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมน hCG ที่โรงพยาบาลจะสามารถบอกได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งแต่ช่วง 7-10 วันหลังปฏิสนธิ
3. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์
หากตรวจครรภ์แล้วพบว่าตัวเองท้อง แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์ยืนยันการตั้งครรภ์ และตรวจสุขภาพของตัวอ่อนด้วยค่ะ
ต้องทำอย่างไรถ้ารู้ว่าท้อง?
- เริ่มดูแลสุขภาพทันที → หลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ลดอาหารแปรรูป และหันมากินอาหารที่มีประโยชน์
- ทานโฟลิค → กรดโฟลิคช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติในทารก ควรเริ่มทานทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์
- ไปฝากครรภ์ → ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด
- ทำจิตใจให้สดใส → ความเครียดส่งผลต่อสุขภาพของแม่และลูกน้อย หากรู้สึกกังวล ลองหาเวลาพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง หรือพูดคุยกับคนใกล้ตัว
เก็บโค้ดส่วนลดสินค้าแม่และเด็กได้ที่ SHOPEE | LAZADA
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง




![[รีวิว] ฟาร์มลุงอ้วน จับกบ อุ้มจระเข้ คาเฟ่แคมป์บางใหญ่ที่สายผจญภัยไม่ควรพลาด](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/e0b89f.jpg?w=1024)
![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)


ใส่ความเห็น