คุณแม่กำลังสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์หรือไม่? อาการของคนท้องระยะแรกอาจไม่ชัดเจนมากนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากการฝังตัวของตัวอ่อนและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น วันนี้ Shop-dek.com จะพาคุณแม่มาสังเกตอาการตั้งครรภ์ระยะแรก และวิธีเช็กให้แน่ใจว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่
อาการของคนท้องระยะแรก 1-2 สัปดาห์

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิและกำลังฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก อาการยังไม่ชัดเจนมาก แต่คุณแม่อาจสังเกตได้ถึงสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ดังต่อไปนี้
1. มีเลือดล้างหน้าเด็ก (เลือดฝังตัว)
- อาจมี เลือดออกจางๆ หรือเป็นสีชมพู-น้ำตาลเล็กน้อย
- เกิดจากไข่ที่ปฏิสนธิฝังตัวในมดลูก มักเกิดขึ้น 6-12 วันหลังไข่ตก
- เลือดออกน้อยกว่าประจำเดือนและหยุดไปเองภายใน 1-2 วัน
2. ปวดหน่วงท้องคล้ายปวดประจำเดือน
- รู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อย หรือปวดจี๊ดเป็นบางครั้ง
- มักเกิดร่วมกับอาการปวดหลังช่วงล่าง
- เกิดจากการขยายตัวของมดลูกเพื่อรองรับตัวอ่อน
3. คัดตึงเต้านม และหัวนมเปลี่ยนสี
- เต้านมอาจบวมและเจ็บคล้ายช่วงก่อนมีประจำเดือน
- หัวนมและปานนมอาจมีสีเข้มขึ้น
- เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
4. อ่อนเพลีย ง่วงนอนบ่อย
- รู้สึกเหนื่อยง่าย ง่วงนอนมากกว่าปกติ
- ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ร่างกายต้องการพักผ่อนมากขึ้น
5. อารมณ์แปรปรวน
- มีอารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดหรืออ่อนไหวกว่าปกติ
- อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
6. ท้องอืด และแน่นท้อง
- อาจรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง หรือมีลมในกระเพาะมากกว่าปกติ
- ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้เคลื่อนตัวช้าลง
7. ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- เริ่มสังเกตว่าต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น แม้จะดื่มน้ำเท่าเดิม
- มดลูกเริ่มขยายตัวกดกระเพาะปัสสาวะ และไตทำงานหนักขึ้น
อาการที่อาจยังไม่เกิดใน 1-2 สัปดาห์แรก

แม้ว่าหลายคนจะคิดว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือแพ้ท้องจะมาเร็ว แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้น หลัง 4-6 สัปดาห์ มากกว่า เช่น
- คลื่นไส้อาเจียน (Morning Sickness) – ส่วนใหญ่มักเกิดช่วงสัปดาห์ที่ 6 เป็นต้นไป
- น้ำหนักเพิ่มขึ้น – ระยะแรกน้ำหนักแทบไม่เปลี่ยนแปลง
- ท้องขยายใหญ่ขึ้น – มดลูกยังมีขนาดเล็กมาก จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
วิธีเช็กให้แน่ใจว่าท้องจริงหรือไม่?
ใช้ชุดตรวจครรภ์ (Pregnancy Test Kit)
- สามารถตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาด แต่แนะนำให้ตรวจ หลังประจำเดือนขาดไป 7 วัน เพื่อความแม่นยำ
- ใช้ตรวจฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ที่ถูกผลิตขึ้นหลังปฏิสนธิ
- หากผลเป็น ขีดจางๆ ควรตรวจซ้ำอีกครั้งหลัง 2-3 วัน
ตรวจเลือดหาฮอร์โมน hCG
- เป็นวิธีที่แม่นยำกว่าการตรวจปัสสาวะ
- สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้เร็วตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์แรก
อัลตราซาวด์ (Ultrasound)
- มักใช้ในช่วง 5-6 สัปดาห์ขึ้นไปเพื่อดูการฝังตัวของตัวอ่อน
- ระยะแรกอาจยังไม่เห็นตัวอ่อน แต่สามารถดูพัฒนาการของมดลูกได้
ควรทำอย่างไรเมื่อตรวจพบว่าตั้งครรภ์?
หากคุณแม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์ ควรเริ่มดูแลตัวเองทันทีเพื่อสุขภาพของลูกน้อย
- เริ่มกินกรดโฟลิก วันละ 400-800 ไมโครกรัม เพื่อลดความเสี่ยงของความพิการแต่กำเนิด
- งดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารก
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และออกกำลังกายเบาๆ
- ฝากครรภ์เร็วที่สุด โดยทั่วไป ควรฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 8-12 สัปดาห์แรก
ควรตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่

- อาการคนท้อง 1-2 สัปดาห์แรก อาจยังไม่ชัดเจนมาก แต่มีสัญญาณเริ่มต้น เช่น ปวดท้องน้อย คัดเต้านม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อย และเลือดฝังตัว
- อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มักเกิดหลัง 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป
- ชุดตรวจครรภ์ให้ผลแม่นยำมากขึ้นหลังประจำเดือนขาดไป 7 วัน
- หากพบว่าตั้งครรภ์ ควรเริ่มดูแลสุขภาพ และฝากครรภ์โดยเร็วที่สุด
💡 หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ แต่ผลตรวจไม่แน่ชัด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจและเริ่มการดูแลครรภ์อย่างถูกต้องต่อไปนะคะ!
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- คลอดลูกได้ 1 เดือน ท้องต่อได้ไหม? ความเสี่ยงที่คุณแม่ควรรู้
- มีลูกยากต้องทำยังไง ปรึกษาหมอที่ไหนดี
- 10 ที่ตรวจครรภ์ แบบไหนดี รู้ผลเร็วสุด “ท้อง-ไม่ท้อง”
- ยาคุมกำเนิด มีกี่ยี่ห้อ มีประเภท ต้องเลือกอย่างไร
- ตรวจ Nipt คืออะไร จำเป็นต้องตรวจไหม ถ้าโครโมโซมผิดปกติต้องทำอย่างไรต่อ




![[รีวิว] ฟาร์มลุงอ้วน จับกบ อุ้มจระเข้ คาเฟ่แคมป์บางใหญ่ที่สายผจญภัยไม่ควรพลาด](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/e0b89f.jpg?w=1024)
![[รีวิว]”บางใหญ่อิงลิชวิลเลจ” พาลูกเที่ยวแคมป์ที่สต๊าฟพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งทริป](https://shop-dek.com/wp-content/uploads/2026/02/cover-1.jpg?w=1024)


ใส่ความเห็น